ข่าว

GPSC เตรียมลงทุนผลิต Energy storage บุกตลาดพลังงานทดแทน

GPSC เตรียมลงทุนผลิต Energy storage บุกตลาดพลังงานทดแทน

19 พ.ค. 2560

GPSC เตรียมลงทุนผลิต Energy storage บุกตลาดโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ

                  นายเติมชัย บุคนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัท ว่า GPSC อยู่ระหว่างหาผู้ร่วมทุนในการลงทุนธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน (Energy storage) และรายละเอียดการลงทุนเพื่อเสนอเข้าคณะกรรมการ(บอร์ด) GPSC โดยเร็วที่สุด หากได้รับการอนุมัติจะสามารถลงตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทย และดำเนินธุรกิจให้บริการ Energy storage ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยจะเน้นให้บริการในพื้นที่ที่ไม่มีสายส่งไฟฟ้า เช่น เกาะต่างๆ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ และเมื่อนำ Energy storage ไปใช้จะทำให้สามารถสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

                 ทั้งนี้ GPSC สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง เนื่องจากมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะการลงทุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านไฟฟ้าด้าน Energy storage ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ ที่สำคัญGPSC ได้ทำการศึกษาวิจัยแบตเตอรี่ร่วมกับบริษัท 24M Technologies (24 M) ของสหรัฐที่สามารถลดต้นทุนได้ 50% เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบตเตอรึ่ในปัจจุบัน และสามารถปรับขนาดโรงงานให้มีที่เล็กลงและประสิทธิภาพสูง มีกำลังการผลิตขั้นต้น 100 เมกะวัตต์ฮาวร์ ซึ่งหากตลาดมี่ความต้องการมากขึ้น ก็สามารถขยายโรงงานได้รวดเร็วใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดเด่นของ GPSC ที่เหนือคู่แข่งได้

                    "แนวโน้มการผลิตไฟฟ้าในอนาคตจะมีการตั้งโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ลดลงเรื่อยๆ และหันไปสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซล พลังงานลม และพลังงานอื่นๆที่มีในพื้นที่แทน ดังนั้นบริษัทฯจึงเห็นโอกาสในการลงทุน Energy storage ที่จะมีความต้องการใช้มากขึ้นในอนาคต เพราะจะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะทำให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานในระบบที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด24 ชั่วโมง"

                      สำหรับ ผลการดำเนินงานในไตรมาส1 /2560 บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,366 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น79% เมื่อเทียบกับไตรมาส4/2559 ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ มีรายได้ลดลง118 ล้านบาท คิดเป็น 2% กำไรสุทธิลดลง121 ล้านบาท หรือ หรือลดลง14% โดยเป็นผลจากการรับเงินปันผลจาก บริษัท ราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด ลดลง60 ล้านบาท ประกอบกับโรงไฟฟ้าIRPC -CP กำไรลดลงจากลูกค้ามีการหยุดซ่อมบำรุง

                         นายเติมชัย กล่าวอีกว่า การดำเนินงานในครึ่งหลังของปีนี้ จะมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี2560 และสามารถดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ 3 แห่ง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการ2 ที่รับรู้ส่วนแบ่งกำไรในไตรมาสที่3 โครงการ โรงไฟฟ้า ไออาร์พีซี คลีนพาวเวอร์ ระยะที่2 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อิจิโนเซกิ โซล่าร์ พาวเวอร์ ในประเทศญี่ปุ่น ที่จะมีการรับรู้รายได้ในไตรมาส4 ส่วนภาพรวมของการดำเนินธุรกิจในปี2560 บริษัทฯ จะมีการรับรู้รายได้เต็มปี จากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี จำกัด และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าประเภทSPP ที่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อปี2559 ที่ผ่านมา

                    “ทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจของGPSC ในครึ่งปีหลัง2560 บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการวางกลยุทธ์โดยมุ่งเติบโตไปพร้อมๆ กับธุรกิจในกลุ่ม ปตท. ให้เกิดการดำเนินธุรกิจร่วมกันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเข้าซึ้อกิจการสำหรับโครงการที่น่าสนใจในต่างประเทศ และต่อยอดในประเทศที่ได้มีโครงการที่ได้ลงทุนไปแล้ว”

                    อย่างไรก็ตามด้านการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียนั้น  นายเติมชัยย้ำว่าคงต้องชะลอออกไปก่อนตามนโยบายของบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เพื่อให้คดีที่อินโดนีเซียฟ้องร้องบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กรณีน้ำมันรั่วที่ทะเลติมอร์ ยุติลงก่อน ทำให้ GPSC ต้องชะลอโครงการที่กำลังศึกษาในอินโดฯ หลายโครงการออกไปก่อน โดยในปี 2560 GPSC ยังคงแผนการลงทุนเกือบ 4,000 ล้านบาทในโครงการตามแผนที่กำหนดไว้ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเฟส 2 โครงการโรงไฟฟ้าไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ เฟส 2 โครงการโรงไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์อิชิโนเซกิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น