
ผช.ผบ.ตร.ติวเข้มคณะทำงานตัดต่อคลิปอภสิทธิ์
ผช.ผบ.ตร. ติวเข้มคณะทำงานคลี่คลายคดี ตัดต่อเผยแพร่คลิปเสียงนายกฯ เร่งควานหา ต้นตอ เอาผิดตามกฎหมาย เผยผลสืบสวนสอบสวนรวบรวมหลักฐานสอบปากคำพยาน คืบหน้ากว่าครึ่งทางแล้ว
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 9 กันยายน พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ผช.ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีคดีตัดต่อเผยแพร่คลิปเสียงสั่งการของนายกฯ เรียกประชุมคณะทำงานประกอบด้วย พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผบช.ก. พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผบก.พฐ. ตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานสารสนเทศน์และการสื่อสาร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานโดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
พล.ต.ต.สถาพร กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า การดำเนินงานของผู้นับผิดชอบมีความคืบหน้าในด้านข้อมูลการตรวจสอบมากพอสมควรโดยเน้นให้ทุกหน่วยงานสืบหาต้นตอที่มาที่ไปของคลิปเสียงที่นำมาตัดต่อเผยแพร่เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินให้ได้ พร้อมเร่งรัดไปยังกองพิสูจน์หลักฐานให้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆที่ยึดมาได้จากผู้ต้องสงสัย อาทิ ฮาร์ทดิสของเครื่องคอมพิวเตอรืที่ยึดมาทั้งหมด 11 เครื่องซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ยังไม่เสร็จสิ้นคาดว่าจะมีความชัดเจนไม่เกินสัปดาห์นี้ รวมถึงหลักฐานอื่นที่ได้จากกองปราบปรามและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ด้วย
“ ตอนนี้อยู่ระหว่างการเชื่อมโยงอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้างอย่างไรรวมถึงที่มาที่ไปต่างๆหากพบหลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้ใดก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที ขอเวลาในการต่อจิ๊กซอว์ก่อนเพื่อให้ทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และยอมรับว่าการหาข้อมูลนั้นเป็นไปค่อนข้างลำบากเพราะเป็นข้อมูลที่ได้จากปลายทางซึ่งต้องตรวจสอบไปหาต้นทางและเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ จ.อุดรธานีและ จ.อื่นๆ ที่มีการเผยแพร่ผ่านทางพีทีวีทั้งหมด และสอบพยานบุคคลไปบ้างแล้วอาทินายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ฯซึ่งยอมรับเป็นคนเปิดคลิปเสียงออกอากาศทางวิทยุในพื้นที่จริงโดยรับสัญญานจากพีทีวีรวมถึงสอบปากคำพยานคนอื่นๆไปแล้วหลายราย “ พล.ต.ท.สถาพร กล่าว
พล.ต.ท.สถาพรกล่าวอีกว่า ตอนนี้คืบหน้าไปประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์แล้วทุกอย่างที่พบมีการเชื่อมโยงกันหมดทั้งเรื่องของการตรวจพบแผ่นซีดีในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด รวมถึงการส่งต่อคลิปผ่านไปทางเมลล์ไปยังบุคคลอื่นๆ ตอนนี้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานกันหมดทั้งตำรวจสันติบาล ตำรวจภูธร 1-9 ตำรวจนครบาล ทั้งสอบสวนพยานและสืบสวนหาข้อมูลต่างๆให้มากที่สุดเชื่อว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน



