
ขยายอายุนักบินทำงานได้ถึง 65 ปี แก้กัปตันขาดแคลน
กมธ.คมนาคม สนช.ชง แก้ปัญหานักบินขาดแคลน ขยายอายุนักบินให้ทำงานได้ถึง 65 ปี ให้รัฐเร่งพัฒนาสบพ. เป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านอุตสาหกรรมการบินต้นแบบของภูมิภาคอาเซียน
18 พ.ค.60 - ที่รัฐสภามีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การผลิตบุคลากรด้านการบินของประเทศไทย ที่คณะกรรมาธิการคมนาคม พิจารณาเสร็จแล้ว โดย พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศ ชี้แจงรายงานว่า จากอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของไทยที่มีอัตราการเติบโตสูงควบคู่ไปกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน เนื่องจากการประสบความสำเร็จทางธุรกิจของสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินเช่าเหมาลำ
แม้ว่าที่ผ่านมา ประเทศจะไทยประสบปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการไม่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบ จากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. พ.ศ. 2558 และการประกาศว่าไทยตกจาก Category 1 มาอยู่ Category 2 โดยสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (Federal Aviation Administration : FAA) ก็ตาม แต่ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศไทยทำให้อุตสาหกรรมการบินของประเทศยังคงมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี หากประเทศไทยได้รับการรับรองการผ่านมาตรฐาน ICAO แล้ว รวมทั้งการเกิดขึ้นของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ตามนโยบายรัฐบาล ก็จะทำให้อุตสาหกรรมการบินของประเทศจะมีการขยายตัวมากกว่าปัจจุบันอีกหลายเท่าตัว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความต้องการบุคลากรในสาขาวิชาชีพต่างๆ เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมการบินมากขึ้นด้วย
พล.อ.อ บุญยฤทธิ์ กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้เกิดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านการบินโดยเฉพาะนักบินและช่างอากาศยาน จนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ในอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ซึ่งพบว่า เกิดจากนักบินที่มีประสบการณ์และครูการบินในปัจจุบัน มีไม่เพียงพอ ส่วนนักบินใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษา มีความต้องการชะลอตัวในช่วงปัญหาที่ประเทศไทยไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานการบิน ICAO บุคลากรด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศปัจจุบัน มีจำนวนขาดแคลน รวมทั้งแพทย์เวชศาสตร์การบินและนักจิตวิทยาการบิน มีจำนวนไม่เพียงพอ ขณะที่สถาบันการศึกษาบางส่วน เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการบินโดยกำหนดหลักสูตรศึกษา ไม่สอดคล้องกับความต้องการของการประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมการบิน
พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการสอน การถ่ายทอดประสบการณ์ และให้การฝึกอบรมด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่มีประสบการณ์ทำงานจริงในสถาบันการศึกษาต่างๆ ยังมีไม่เพียงพอ รวมไปถึงช่างซ่อมอากาศยานที่มีใบอนุญาตการซ่อมอากาศยานเฉพาะแบบ มีไม่เพียงพอและในกลุ่มบุคลากรที่ทำงานด้านการให้การบริการภาคพื้นและภาคอากาศ ไม่ขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากสามารถรับผู้จบการศึกษาในสายงานที่เกี่ยวข้อง มาฝึกอบรมในสายงานที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ต้องเสริมทักษะและความเป็นมืออาชีพด้านการบริการและความสามารถสื่อสารด้วยภาษาต่างประเทศ
ประธานคณะอนุฯ กล่าวว่า ทางกรรมาธิการฯจึงมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการผลิตบุคลากรด้านการบินของประเทศไทยแยกเป็นด้าน คือ ด้านยุทธศาสตร์การบริหารอุตสาหกรรมการบิน ทางภาครัฐต้องออกมาตรการจูงใจให้สายการบิน โรงเรียนการบินเอกชน หรือหน่วยงานธุรกิจในอุตสาหกรรมการบินเอกชน เป็นผู้สนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์การศึกษาหรือเอกสารตำราเรียนที่ทันสมัยด้านต่างๆ ตลอดจนสนับสนุนให้นิสิต นักศึกษา ที่กำลังศึกษาด้านอุตสาหกรรมการบินทุกหลักสูตร ยกเว้นหลักสูตรนักบิน ได้เข้าฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการในอุตสาหกรรมการบินอย่างเป็นระบบ ก่อนสำเร็จการศึกษา จัดตั้งหรือพัฒนาหน่วยงานบริหารยุทธศาสตร์และการวิจัยเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ขณะที่ภาครัฐต้องสนับสนุนงบประมาณ บุคลากรและเร่งพัฒนาสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านอุตสาหกรรมการบินต้นแบบของภูมิภาคอาเซียน ที่จะมีการผลิตบุคลากรสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินของไทย และภูมิภาคอาเซียน
พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ กล่าวว่า ให้มีการจัดตั้งสภาวิชาชีพวิชาชีพนักบินพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพนักบินพาณิชย์อยู่ภายใต้การดูแลของสภาวิชาชีพเดียวกัน ให้สำนักงานการบินพลเรือน กำกับดูแลมาตรฐานการฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมการบินในทุกหลักสูตร ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีความปลอดภัยสูงสุด ในด้านการผลิตบุคลากรนักบิน เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ และเจ้าหน้าที่ด้านเวชศาสตร์การบิน ให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กำหนดเกณฑ์ตามหลักสากล ในการเทียบความชำนาญของนักบินที่ปฏิบัติการบินในหน่วยงานราชการ (กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) หรืออากาศยานของรัฐ (State Aircraft) เพื่อให้นักบินทหารหรือนักบินของรัฐที่มีคุณสมบัติพร้อม สามารถเข้าสู่การบินในภาคเอกชนได้อย่างรวดเร็ว
พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ควรให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแก้คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยแก้ไขให้พนักงานในตำแหน่งนักบินสามารถปฏิบัติการบินได้จากเดิมอายุ 60 ปี เป็นอายุ 65 ปี ให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพหลักในการเป็น ศูนย์การบริการเบ็ดเสร็จในที่เดียวในการบูรณาการ อำนวยความสะดวก การขออนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้ามาฝึก ศึกษาด้านการบินในประเทศไทยของนักศึกษาจากต่างประเทศ ภาครัฐให้การสนับสนุนความร่วมมือกับภาคเอกชน ในการให้สิทธิพิเศษด้านต่างๆ เช่น มาตรการด้านภาษี การจัดหาสถานที่เหมาะสมเพื่อจูงใจให้เอกชนลงทุนการจัดตั้งโรงเรียนการบินเอกชน สถาบันการฝึกอบรมช่างซ่อมอากาศยานเอกชนฯ ด้านช่างอากาศยานและวิศวกรการบิน
ภาครัฐต้องดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบิน โดยเฉพาะด้านการศึกษาและการฝึกอบรมอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ด้านการผลิตบุคลากรในการบริการภาคพื้น ภาคอากาศ และหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาการบิน ภาครัฐเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาของรัฐมีศักดิ์และสิทธิ ในการสร้างหลักสูตรทางการบินภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับสถาบันการบินพลเรือน โดยใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นที่องค์การการบินสากลรับรองให้เป็นสื่อการเรียนการสอนได้ โดยข้อเสนอต่างๆ จะสามารถนำไปปฏิบัติและส่งผลถึงการประสบความสำเร็จของประเทศ ในการเป็นผู้นำ ในอุตสาหกรรมการบินและการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอาเซียนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป.



