
นายกฯ เปรย ไทยต้องมีความพร้อมทางทะเล
นายกฯไม่ได้พูดถึงเรือดำน้ำตรงๆ แต่บอกว่า ไทยต้องมีความพร้อมทางทะเล
17 พ.ค.60 - ในระหว่างมอบโอวาทแก่ข้าราชการที่สำเร็จจากโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ พร้อมมอบประกาศนียบัตรและเข็มที่ระลึกแก่ข้าราชการที่สำเร็จจากโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ รุ่นที่ 9 ที่ทำเนียบรับบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่ง ว่า วันนี้โลกมีภัยมากมาย ทั้งจากภูมิอากาศ ภัยก่อการร้าย และ ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่ประเทศต้องเตรียมความพร้อมรับมือ พร้อมยกตัวอย่าง ประเทศใดที่มีน่านน้ำ มักจะต้องมีขีดความสามารถทางทะเลสูงสุด ต้องครอบครองอาณาเขตทางทะเล และ เส้นทางเดินเรือให้ได้มากที่สุด และ ปัจจุบันก็ยังมีปัญหาเส้นทางทางทะเลโดยเฉพาะเรื่องการเดินเรือเสรี
"ไทยก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีความพร้อมในด้านนี้ ในการแสวงหาความร่วมมือระหว่างกัน อย่ามองว่าบางเรื่องไม่จำเป็น คนจนจําเป็นมากกว่า เพราะทุกคนจำเป็นเท่ากัน ทั้งหมดจึงต้องมีการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณ และ ดำเนินการตามขั้นตอนเหมือนกระทรวงอื่น"
"ไม่ใช่การแก้ตัวแทนใคร แต่ย้ำว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีศักยภาพอย่างมีตัวตน เช่น อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย และ กำลังทหารอาจต้องมีมาก เพราะเราต้องใช้แรงงาน และ พยายามให้มีการศึกษาทุกคน เพื่อจะได้ไปเป็นแกนนำของหมู่บ้านที่ดี ต้องชี้นำทำแต่เรื่องที่ดี แต่ไม่ใช่แกนนำทางการเมือง ชี้นำในสิ่งที่ไม่ดี" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำชั้นหยวนคลาส เอส 26 ที จากจีนแล้ว 1 ลำ วงเงิน 13,500 ล้านบาท ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ตัวแทนทางการไทยโดย พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ได้ลงนามกับบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Co. Ltd. ในฐานะผู้แทนรัฐบาลจีน ในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำแล้ว



