ข่าว

เวทีถกร่าง"พ.ร.ป.ส.ว." ไม่เอาระบบจับฉลาก

เวทีถกร่าง"พ.ร.ป.ส.ว." ไม่เอาระบบจับฉลาก

17 พ.ค. 2560

เวทีถกร่างพ.ร.ป.ส.ว.ไม่เอาจับฉลาก-ขยายฐาน ด้าน"สมชัย"เสนอให้เพิ่มกลุ่มสมัครส.ว. เป็น 40 เลือกเฉพาะกลุ่ม ชี้ระบบจับฉลากระดับจังหวัด อาจถูกร้อง"ศาล รธน."ตีความ

 

          17 พ.ค. 60 - คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ...... จากหน่วยงานภาคเอกชน ประชาชน รวมถึงองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการจัดทำร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ก่อนที่จะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาและตราเป็นกฎหมายตามกระบวนการ

          โดยนายมนุชญ์ วัฒนโกเมร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ฐานะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาหลักการร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ชี้แจงสาระว่า การแบ่ง ส.ว. จากรับฟังความเห็นมีเบื้องต้นทั้งสิ้น 20 กลุ่ม โดยยึดความหลากหลายและสิทธิที่ประชาชนทุกคนสามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกให้เป็นส.ว.ได้ อย่างไรก็ตามมีรายละเอียดการแบ่งกลุ่มที่ยังมีความเห็นขัดแย้งกัน เช่น กลุ่มสตรี ที่มีความเห็นว่าไม่ควรกำหนดเพราะสตรีมีความเท่าเทียมกับเพศชายในทุกกลุ่มที่กำหนดไว้ ขณะที่ฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่าเพื่อให้สิทธิสตรีเป็นตัวแทนในส.ว.ได้ เป็นต้น ขณะที่การสมัครที่เปิดรับลำดับแรกในระดับอำเภอ ซึ่งกรณีดังกล่าวมีประเด็นที่ยังไม่ตกผลึก คือ การตรวจสอบการจัดกลุ่มผู้สมัครโดยกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกมองว่าหากให้ผู้สมัครมีอิสระที่จะสมัครในกลุ่มใดควรให้สิทธิดังกล่าว หากกรรมการฯ ตรวจสอบและย้ายกลุ่มผู้สมัครไปกลุ่มที่ตรงกับหลักเกณฑ์อาจมีปัญหาต่อการใช้ดุลยพินิจได้ ส่วนการแนะนำตัวของผู้สมัครกับผู้สมัครคนอื่นหรือกลุ่มอื่น ทางอนุฯ กำหนดให้ทำด้วยเขียนรายละเอียดในกระดาษเอสี่ จำนวน 1หน้า  อย่างไรก็ดีประเด็นที่อนุฯ ยกร่างเนื้อหาเป็นหลักการเบื้องต้นยังมีรายละเอียดที่ต้องรับฟังความเห็นเพิ่มเติม

          ทางด้านนายอนุมงคล ศิริเวทิน อนุกรรมการฯ ชี้แจงถึงหลักเกณฑ์การเลือกกันเองของผู้สมัคร ส.ว. ทั้ง 200 คน ว่า ในระดับอำเภอ จะแบ่งเป็น 2 วิธี คือ 1.หากกลุ่มใดที่มีผู้สมัครเกิน 5 คนต้องให้กลุ่มลงคะแนนเลือกกันเองด้วยการด้วยการลงคะแนนคัดกรองคนละ 2 หมายเลข จากนั้นให้เรียงลำดับผู้ที่คะแนนสูงสุด 1-5 เป็นตัวแทน ต่อจากนั้นให้นำรายชื่อดังกล่าวให้ผู้สมัครต่างกลุ่มลงคะแนนเลือกกลุ่มอื่นได้ละไม่เกิน 3 หมายเลข และกรณีท่ีมีผู้สมัครไม่เกิน 5 คน ให้ผ่านกระบวนการเลือกกันเองในกลุ่ม ไปสู่การเลือกผู้สมัครต่างกลุ่ม  

          ในระดับจังหวัด ใช้การเลือก 2 วิธี คือ 1.ให้ผู้สมัครแต่ละกลุ่มที่เป็นตัวแทนอำเภอ ลงคะแนนเลือกผู้สมัครเพื่อจัดอันดับให้เหลือผู้สมัครกลุ่มละ 5  คน และ2.ให้นำตัวแทนกลุ่มละ 5คนนั้นจับฉลากเพื่อให้ได้ตัวแทนกลุ่มละ 1 คน และ ระดับประเทศ ใช้วิธีเลือกกันเองของผู้สมัครต่างกลุ่ม คนละไม่เกิน 3 หมายเลข และให้เรียงลำดับผู้ได้คะแนนสูงสุด 1 - 5 ของแต่ละกลุ่ม เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นส.ว.ที่มาจากกลุ่มต่างๆ  ขณะที่การทำบัญชีผู้ได้รับเลือกเป็นส.ว.​เป็นบัญชีสำรองต้องดำเนินการด้วย หากเกิดกรณีที่มีส.ว.ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยให้ผู้สมัครที่มีคะแนนสูงลำดับ 6 - 15 เป็นบัญชีสำรองแต่ละกลุ่ม  

          ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า แนวทางการเลือก ส.ว. ที่กำหนดไว้ในร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ทั้งที่มีการเลือกกันเอง และเลือกต่างกลุ่ม ภายใน 20 กลุ่มนั้น เพื่อตอบโจทย์คำสำคัญในรัฐธรรมนูญต่อกระบวนการได้มาของส.ว.​คือ หลากหลาย เลือกกันเอง และสุจริต เที่ยงธรรม ตนมองว่าจะกลายเป็นกับดักที่นำไปสู่ปัญหาในขั้นตอนต่างๆ ทั้งการเลือกกันเองภายในกลุ่ม, การเลือกต่างกลุ่ม และการจับฉลาก 

          "สิ่งที่กรธ. เขียนให้ การมีส.ว.ต้องหลากหลาย จึงเขียนให้มีหลายกลุ่ม แต่เมื่อกำหนดให้เลือกกันเอง ถือเป็นคำที่น่ากลัว เพราะถูกแปลว่า ต้องเลือกต่างกลุ่ม และมีการจับฉลาก ซึ่งการจับฉลากนั้นอาจเป็นประเด็นที่นำไปสู่การตีความในศาลรัฐธรรมนูญได้ว่า เป็นกระบวนการเลือกกันเองใช่หรือไม่ ซึ่งผมมองว่าการจับฉลากไม่ใช่การเลือกกันเอง แต่เป็นการวัดดวงของผู้สมัคร แต่หาก กรธ. มองว่าการจับฉลากเพื่อให้ตัวแทนที่ดีที่สุดของจังหวัด ทำไมไม่ใช้วิธีจับฉลากในขั้นตอนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลือก  เพราะการจับฉลากในขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นประเด็นที่ไม่มีการฮั้วกันได้หากเทียบกับการจับฉลากตั้งแต่ระดับจังหวัด" นายสมชัย กล่าว

          นายสมชัย กล่าวด้วยว่า​ตนมีข้อเสนอเพื่อให้ตอบโจทย์การได้มาของ ส.ว. ที่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดหลักการสำคัญ​คือ ต้องแบ่งกลุ่มให้เยอะกว่า 20 กลุ่ม เพื่อตอบโจทย์คำว่าหลากหลาย โดยอย่างน้อยต้องมี 40 กลุ่ม สำหรับวิธีเลือกนั้นให้ใช้กระบวนการเลือกกันเองภายในกลุ่มเท่านั้น เพื่อให้ได้คนที่ดีที่สุดในกลุ่ม ขณะที่การเลือกต่างกลุ่มนั้นตนมองว่าไม่ควรมีเพราะจะทำให้ให้เกิดปัญหาในกระบวนการทำงาน 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการแสดงความเห็นของผู้ที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น เสนอให้ กรธ. กำหนดสัดส่วนผู้ที่จะผ่านการคัดเลือกเป็นส.ว.ตามกลุ่มต่างๆ โดยยึดกับสัดส่วนประชากร หรือ จำนวนผู้ประกอบวิชาชีพในสัดส่วนที่เหมาะสมกัน เพื่อให้ได้ตัวแทนที่มีความเห็นที่หลากหลาย เช่น กลุ่มของผู้ใช้แรงงาน ต้องมีสัดส่วนที่มากกว่าตัวแทนขององค์กรลูกจ้าง เป็นต้น ขณะเดียวกันตัวแทนวิชาชีพที่มีผลประโยชน์ขัดกันต้องไม่จัดกลุ่มเดียวกัน ส่วนประเด็นการเปิดโอกาสของประชาชนทุกกลุ่มที่จะได้รับสิทธิสมัครเป็นส.ว.​นั้นควรคำนึงถึงเครือข่ายภาคประชาชนที่ทำงานเพื่อสังคม แต่ไม่ถูกรับรองตามกฎหมายด้วยเพื่อให้ตัวแทนผู้ทำประโยชน์ในพื้นที่มีโอกาสเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ที่แท้จริง นอกจากนั้นควรกำหนดสัดส่วนที่ชัดเจนต่อการเป็นตัวแทนของ ส.ว. ประจำจังหวัด

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าเสียงของตัวแทนที่เข้าร่วม แสดงความเห็นว่า ส.ว. ไม่ควรมาด้วยระบบจับฉลาก เพราะจะลดศักดิ์ศรีของการเป็นผู้แทนในรัฐสภา รวมถึงไม่มีหลักประกันได้ว่า ผู้ที่ทำหน้าที่จับฉลากนั้นจะไม่ถูกซื้อเสียงล่วงหน้า หรือมีกระบวนการซื้อเสียงที่เบ็ดเสร็จเกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้วการตรวจสอบผู้สมัครส.ว. ควรให้โอกาสประชาชนช่วยตรวจสอบด้วย