
"ป.ป.ท."ชม"คสช."ปราบทุจริตเดินมาถูกทาง
"ป.ป.ท."ออกปากชมนโยบาย"คสช."ปราบทุจริตเดินมาถูกทาง ตีกรอบธรรมภิบาลคุมขรก.ไม่ให้แตกแถว เข้าใจใกล้เลือกตั้งทำให้หลายฝ่ายโจมตีไม่สร้างสรร
17 พ.ค. 60 - นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงบทบาทคสช.ที่มีต่องานในด้านปราบปรามการทุจริตว่า ในอดีตกลไกภาครัฐบริหารโดยขาดธรรมภิบาล การแก้ปัญหาทุจริตขององค์กรอิสระจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เมื่อคสช.และรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามา ได้ตั้งศอตช.ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นหน่วยราชการให้ทำงานในกรอบธรรมาภิบาล เมื่อพบข้าราชการที่ออกนอกกรอบหัวหน้าส่วนราชการต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ด้วยการสอบสวนวินัยและย้ายให้พ้นจากตำแหน่ง โดยคสช.ได้ใช้อำนาจตาม ม.44 เข้ามาเป็นมาตรการเสริมในด้านการปราบปรามทุจริต ท่ีผ่านมามีข้าราชการถูกพักงาน ย้ายพ้นจากอำนาจหน้าที่ และกระตุ้นกลไกการสอบสวนและลงโทษวินัย. ในประเด็นของการประมูลการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ได้ปรับเปลี่ยนระบบอีอ๊อคชั่นที่มีปัญหาฮั้วประมูล มาเป็นอีบิดดิ้วและอีมาร์เก็ต ซึ่งแม้ทั้ง 2 ระบบจะยังมีปัญหาแต่พบว่าช่องว่างที่เอื้อให้กระทำความผิดน้อยลง
เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวอีกว่า ในส่วนของป.ป.ท.ที่มีปัญหาคดีคั่งค้าง รัฐบาลก็ผลักดันให้มีการแก้กฎหมาย ให้เลขาธิการป.ป.ท.มีอำนาจสั่งไต่สวนคดีที่พบมูลความผิด ในเรื่องการประมูลหรือจัดซื้อของทางราชการที่อดีตควบคุมโดยระเบียบพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ก็มีการยกร่างเป็นพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ถือได้ว่า การใช้อำนาจบริหารของคสช.ทำให้กลไกธรรมาภิบาลเข้มแข็ง เป็นการทำ 1 อย่าง ได้ผล 3 อย่าง คือ เมื่อมีหนังสือร้องเรียนส่งถึงป.ป.ท. จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง. หากพบความผิดจะเสนอให้ย้ายผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดออกจากตำแหน่ง 2 การตรวจสอบของศอตช.กระตุ้นให้ข้าราชการอยู่ในกรอบ และ 3 เป็นการป้องกันการทุจริต. ซึ่งเป็นการควบคุมสภาพปัญหาการทุจริตในระยะยาวที่ดีกว่าการปราบปรามที่ปลายเหตุ. โดยหัวหน้าหน่วยราชการที่เพิกเฉยไม่ตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชา จะถูกรวบรวมพฤติกรรมเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ
"ที่ผ่านมาปัญหาทุจริตไม่เคยได้รับการแก้ไข แม้ปัจจุบันการทุจริตจะยังคงมีอยู่แต่กลไกการแก้ไขเดินหน้าไปได้มาก.ในเรื่องการทุจริตการนำคนผิดมาติดคุกไม่ตอบโจทย์แล้ว. รัฐบาลจึงไม่ได้แก้ปัญหาแบบเดิมที่ปล่อยให้คนทุจริตคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อทำผิดต่อไป. แต่เข้ามาตัดตอนปัญหาด้วยการย้ายให้พ้นจากหน้าที่. เข้าใจว่าช่วงนี้ใกล้จะมีการเลือกตั้ง ทำใ้ห้หลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นว่าการทำงานของรัฐบาลไม่ได้ผล. ซึ่งเป็นการพูดที่ไม่สร้างสรร "นายประยงค์กล่าว



