ข่าว

น.1พริ้ว!!แจงปัดข่าวไปป์บอมบ์เป็นเทคนิกสับขาหลอกคนร้าย

น.1พริ้ว!!แจงปัดข่าวไปป์บอมบ์เป็นเทคนิกสับขาหลอกคนร้าย

17 พ.ค. 2560

ผบช.น.แจงตรวจพบชิ้นส่วนระเบิดหลังเกิดเหตุ แต่ที่่ต้องปฏิเสธว่าไม่ใช่ระเบิดเพราะต้องการหลอกให้คนร้ายตายใจ

     วันที่ 17 พฤษภาคม  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ชี้แจงเหตผลที่อ้างว่าเหตุระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ ใกล้ท้องสนามหลวงเมื่อค่ำวันที่ 15 พฤษภาคม ไม่ใช่เหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ว่า เป็นกลยุทธสับขาหลอกให้คนร้ายตายใจ แต่แท้จริงแล้วตำรวจทำงานกันในทางลับ ซึ่งเป็นกลยุทธอีกส่วนหนึ่ง หลักฐานส่วนประกอบระเบิดก็พบในคืนเกิดเหตุเลย หลังจากที่ผู้สื่อข่าวมาเหยียบย่ำเต็มถนน รวมทั้งตอนนั้นมีคนมากจึงดูอะไรไม่ได้ กระทั่งได้จัดเจ้าหน้าที่เรียงหน้ากระดานเดินตรวจจนพบชิ้นส่วนประกอบวัตถุระเบิดกระเด็นข้ามถนนไปอยู่บนฟุตบาทฝั่งตรงข้าม อยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร      พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า หลักฐานที่เก็บได้ต้องนำไปพิสูจน์ให้ชัดเจนอย่างเป็นทางการครั้งว่า เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่หน้ากองสลากฯเก่าหรือไม่ แต่ยืนยันว่าตอนดูที่เกิดเหตุทีแรกไม่เห็นอะไรเลย มีเพียงท่อพีวีซีขาตั้งป้ายที่แตกหักแล้วก็ไม่มีกลิ่นไหม้ แต่ก็ได้นำท่อพีวีซีไปส่งตรวจห้องแล็บหาคราบเขม่าดินปืน

     ผู้สื่อข่าวถามว่า ชิ้นส่วนระเบิดที่พบส่งตรวจเปรียบเทียบคดีเก่าหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ บอกว่า ทุกชิ้นส่วนที่เจอส่งไปให้ผู้ชำนาญการตรวจหมดแล้ว แต่ขอให้สนใจว่าใครทำดีกว่า ช่วยกันหาตัว และช่วยกันประณามคนเหล่านี้ 

     “ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนต้องช่วยกันกำจัดพวกคนที่มันไม่หวังดี ชอบสร้างสถานการณ์ ส่วนเหตุระเบิดที่หน้าโรงละครแห่งชาติจะเชื่อมโยงกับคดีระเบิดหน้ากองสลากฯเก่าหรือไม่ เป็นเรื่องที่ชุดคลี่คลายคดีวิเคราะห์กันเอง มาบอกกับบุคคลภายนอกไม่ได้ เป็นแนวทางการทำงานของตำรวจ ต้องหาชุดเชื่อมโยง ศึกษาคดีที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมาเทียบเคียงกัน แม้บางครั้งจะเหมือนกัน แต่มันก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้”ผบช.น.กล่าว

     พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวถึงการติดตามจับกุมคนร้ายลอบวางระเบิดด้วยว่า ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่ามูลเหตุ ต้นเหตุ คนที่เข้ามากระทำความผิดเป็นใคร ต้องจับให้ได้ สิบชาติก็ต้องจับให้ได้ ตราบใดที่คนชื่อ “ศานิตย์” อยู่ ต้องตามมันให้ได้ ตนไม่เคยทิ้งความพยายาม ความตั้งใจจะทำให้เราประสบความสำเร็จ และไม่อยากเห็นประชาชนต้องกังวลในเรื่องของความไม่ปลอดภัย รวมถึงป้องปรามไม่ให้เหตุเกิดขึ้นอีก