ข่าว

"เทือก"ยัน"พัชรวาท"ทำงานจนกว่ามีคำสั่งให้ออก

"เทือก"ยัน"พัชรวาท"ทำงานจนกว่ามีคำสั่งให้ออก

09 ก.ย. 2552

“สุเทพ”ยัน“พัชรวาท”ทำงานต่อจนกว่าจะมีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่ง ย้ำ ไม่เคยมีเงื่อนไขต่อรองกับ“ประวิตร”ว่าจะให้น้องชายนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.จนเกษียณ เผย ที่เชิญ“บิ๊กป้อม”มาเป็น รมว.กห.เพราะเคารพและสนิทสนมส่วนตัว “ถาวร” ขู่ “พัชรวาท” ดื้อแพ่งทำงานต่อ มีสิทธิติดคุกผ

(9ก.ย.) เวลา 08.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงทางออกของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลว่ามีความผิดร้ายแรงในการสั่งการสลายการชุมนุมม็อบพันธมิตรฯเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ว่า เรื่องนี้ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อป.ป.ช.ชี้มูลว่าทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาก็ต้องดำเนินการลงโทษทางวินัย การลงโทษทางวินัยขั้นร้ายแรงมี 2 สถานคือ ปลดออกหรือ ไล่ออกก็อยู่ที่ดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการเขียนไว้ในกฎหมายก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่กว่าจะถึงตรงนั้นคงจะมีขั้นตอนทางกฎหมายอยู่ แม้ว่าวันนี้ป.ป.ช.จะประกาศว่าได้พิจารณาและมีมติไปแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีก็ต้องรอจนกว่าจะมีหนังสือจากป.ป.ช.เป็นทางการ ซึ่งในหนังสือจากป.ป.ช.ต้องเขียนเหตุผล รายละเอียดเกี่ยวกับการที่ ป.ป.ช.ได้พิจารณาและมีมติออกมา เหมือนคำพิพากษาของศาลเมื่อตัดสินแล้ว ก็ต้องมีคำพิพากษาของศาลว่าเป็นอย่างไร ซึ่งนายกฯจะใช้ประกอบดุลพินิจว่าจะลงโทษสถานไหน
 
 เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ระบุว่าจะส่งหนังสือมาให้นายกรัฐมนตรีได้ภายในเวลา 3 วัน แต่นายกรัฐมนตรีมีกำหนดในการพิจารณาตัดสินลงโทษได้กี่วัน นายสุเทพ กล่าวว่า นายกฯมีเวลาได้ไม่เกิน 30 วันตามกฎหมาย
 
 เมื่อถามย้ำว่าก็มีความเป็นไปได้ว่า พล.ต.อ.พัชรวาทจะเกษียณอายุราชการก่อนใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เราอย่าถามคำถามที่ทำให้เกิดปัญหา อย่าไปคาด เพราะถ้าคาดแล้วจะเป็นการกดดัน นายกฯก็ต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อได้รับหนังสือจาก ป.ป.ช.ก็ต้องพิจารณาว่า สิ่งที่ ป.ป.ช.เห็นว่ามีความผิด มีรายละเอียด ข้อเท็จจริงอย่างไร การที่จะปลดคนออก ไล่คนออกต้องใช้ดุลพินิจด้วยความรอบคอบและถูกต้องตามกฎหมาย
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งผบ.ตร.เป็นที่ถูกจับตาทางสังคมและการที่นายกฯจะตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง นายกฯได้หารือกับท่านหรือไม่ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี นายกฯก็จะเรียกไปหารือก็ได้ ซึ่งวันนี้นายกฯเรียกตนไปพบเวลา 11.30 น. เพราะก่อนหน้านี้ตนไม่อยู่ไปต่างประเทศ 3 วันเพิ่งจะเดินทางกลับมา แต่นายกฯจะพูดเรื่องอะไรบ้างตนไม่ทราบ
 
 ต่อข้อถามว่ามีหลายฝ่ายกังวลว่าหากให้พล.ต.อ.พัชรวาทออกหรือมีคำสั่งปลดอาจจะมีผลต่อความรู้สึกของรมว.กลาโหมที่เป็นพี่ชาย ซึ่งตรงจุดนี้จะทำให้เป็นปัญหาบานปลายภายในรัฐบาลกันเองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี
 
 “ เมื่อเช้าผมดูทีวี มีการพูดทำนองว่า ก่อนจัดตั้งรัฐบาลผมได้ไปทำความตกลงกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่า จะต้องให้พล.ต.อ.พัชรวาทอยู่ในตำแหน่งผบ.ตร.จนเกษียณอายุ ผมเรียนว่า ที่พูดอย่างนั้นผิดหมด การจัดตั้งรัฐบาลผมได้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในวันที่แต่ละพรรคไปคิด ปรึกษากันเพื่อกำหนดตัวบุคคลเป็นรัฐมนตรีหลังจากตั้งรัฐบาลแล้ว ถ้าจำกันได้วันที่พรรคประชาธิปัตย์พิจารณาตัวบุคคลที่มาเป็นรัฐมนตรี นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์และผมได้เดินทางไปบ้านพล.อ.ประวิตร และมีสื่อมวลชนไปด้วย เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะมาตกลงเป็นเงื่อนไขก่อนจัดตั้งรัฐบาลว่าจะต้องให้พล.ต.อ.พัชรวาทอยู่ในตำแหน่งจนเกษียณ และโดยข้อเท็จจริงวันนั้นผมไม่ได้พูดเรื่องเงื่อนไขอะไรเลย สิ่งที่ผมไปเรียนเชิญ พล.อ.ประวิตรมาเป็นรมว.กลาโหม เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ที่รู้งานทางด้านการทหารเป็นอย่างดี และผมมีความเคารพนับถือ และรู้จักท่านเป็นการส่วนตัวและเห็นว่าท่านจะทำงานได้ดี ดูแลงานทางด้านการทหารได้ดี ผมจึงไปเชิญท่านไม่มีเงื่อนไขอื่น ” นายสุเทพ กล่าว
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ป.ป.ช.ได้ออกมาย้ำว่า เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้ว ผู้ที่ถูกชี้มูลควรจะหยุดการปฏิบัติหน้าที่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไปให้ความเห็นอะไรที่ไม่ตรงกับ ป.ป.ช.คงไม่ได้ และท่านก็เป็นองค์กรอิสระท่านก็ทำของท่านไป แต่ตนยืนยันว่ารัฐบาลต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย และกรณีนี้ไม่ได้มีเฉพาะพล.ต.อ.พัชรวาท แต่ยังมี พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้วด้วย ซึ่งทางฝ่ายรัฐบาลต้องแยกดำเนินการ อย่างพล.ต.ท.สุชาติ ดำเนินการในขั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนพล.ต.อ.พัชรวาท เป็นอำนาจของนายกฯ ระหว่างที่ยังไม่มีคำสั่งลงโทษทางวินัย ทั้งสองท่านยังทำงานต่อไป
 
 เมื่อถามว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของทางตำรวจ เช่น ชมรมต่าง ๆ จะออกมาเคลื่อนไหวเพราะไม่พอใจกับการชี้มูลในครั้งนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนว่าอย่าเคลื่อนไหวเลย ตำรวจมีหน้าที่ดูแลกฎหมาย รักษากฎหมาย รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตนกราบเรียนไปถึงพี่น้องตำรวจทั้งหลายว่าเราทำตามกฎหมาย มีกฎเกณฑ์กติกาอย่างนี้เราต้องทำตาม ตำรวจคือผู้รักษากฎหมายถ้าตำรวจไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ กติกาเสียเองก็คงไม่ดี ไม่สวยงาม ตนเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนเข้าใจว่า เวลาไม่ทำตามคำสั่งก็อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ได้ แต่ปฏิบัติตามคำสั่งก็เกิดเหตุอย่างนี้ จุดอ่อนของเรื่องนี้ก็คือ เราไม่ได้มีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยการควบคุมดูแลการชุมนุมประท้วงทั้งหลาย กระทรวงมหาดไทยต้องรีบไปทำกฎหมายฉบับนี้ออกมา
 
 ต่อข้อถามว่า เมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้ การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย.เจ้าหน้าที่อาจจะไม่ทำอะไรเลยตรงนี้จะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ในวันนั้นตนใช้กฎหมายความมั่นคง ตอนที่รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่ได้คิดในแง่ของการนำกฎหมายมาใช้ คำสั่งที่ออกมาจึงมีปัญหาว่าไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ที่ตนดำเนินการเหมือนกรณีเตรียมการจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ที่จ.ภูเก็ต หรือ ช่วงที่มีข่าวว่าจะมีการชุมนุมประท้วงในวันที่ 30 ส.ค.ตนก็ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จึงมีกฎหมายรองรับสั่งการได้ ผู้ที่สั่งการก็มีอำนาจโดยชอบธรรมโดยกฎหมาย ผู้ปฏิบัติการก็มีอำนาจโดยชอบธรรมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง
 
 เมื่อถามว่าด้านการข่าวมีการประเมินหรือไม่ว่าม็อบวันที่ 19 ก.ย.จะมีความรุนแรงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร และตนไม่กังวลอะไรที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะประกาศว่าจะยังชุมนุมต่อไปแม้ว่ารัฐบาลจะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เราก็แก้ไขไปตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมาย
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการปิดกั้นไม่ให้เข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิของประชาชน แต่ต้องชุมนุมโดยสงบไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่นและไม่ทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ตนจะไปมอบชุดสนามให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลการชุมนุม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล
 
 เมื่อถามย้ำว่า ได้มีการฝึกเจ้าหน้าที่ในการยิงแก๊สน้ำตาที่ถูกต้องหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ฝึกกันอยู่ และดูให้ดีที่สุด
 
 ด้านนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ว่า หลังจากที่ป.ป.ช.ชี้มูลไปแล้วถือว่ามีผลตามกฎหมาย ซึ่งตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 55 ระบุชัดเจนว่า ผู้ที่ถูกชี้มูลไม่มีอำนาจลงนามหรือออกคำสั่งใด ๆ ทั้งสิ้น
 
 เมื่อถามว่า ขณะนี้พล.ต.อ.พัชรวาท ยังยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป นายาถาวร กล่าวว่า รู้ทั้งรู้อยู่ว่าทำงานไม่ได้ แต่ก็ยังที่จะทำงาน ซึ่งถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ไม่มีผลอีกต่อไป อยากทำอะไรก็ทำ ทุกอย่างอยู่ที่สำนึกของคน
 
 เมื่อถามย้ำว่า พล.ต.อ.พัชรวาท สามารถเข้าประชุม คณะกรรมการนโยบายตำรวจ (ก.ต.ช.) ได้หรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ทุกอย่างก็ต้องหยุด หากยังยืนยันที่จะเข้าร่วมประชุม และมีมติโหวตก็ถือว่าเป็นการจงใจใช้อำนาจ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีอำนาจ ระวังจะถูกข้อหาติดคุกอีก 1 กระทง ข้อหากระทำผิดกฎหมาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีอำนาจจะทำได้