
‘สมคิด’คาดลงทุนเอกชนฟื้น หลังความเชื่อมั่นกระเตื้อง
‘สมคิด’คาดลงทุนเอกชนฟื้น หลังความเชื่อมั่นกระเตื้อง
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าการลงทุนของภาคเอกชนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ แม้ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)รายงานไตรมาสแรก การลงทุนภาคเอกชนติดลบ 1.1%
นายสมคิดยกตัวอย่างความเชื่อมั่นดีขึ้น โดยแบงก์ออฟไชน่าจะนำนักธุรกิจจากประเทศจีนประมาณ 100 ราย มาดำเนินกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ(Business Matching) กับนักธุรกิจไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมสืบเนื่องจากที่เคยได้นำคณะไปเยือนฮ่องกงและได้ขอให้ทางมีการนำคณะนักลงทุนมาหาลู่ทางลงทุนในไทย ซึ่งการมาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของต่างชาติ
“ไตรมาสที่ 2 ที่มีการประเมินว่าการเติบโตจะไม่สูงเหมือนไตรมาสที่1 นั้นไม่เป็นอะไรที่น่ากังวล เพราะเป็นกรณีที่ต้องเทียบกับฐานการเติบโตที่ค่อนข้างสูงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่เติบโต 3.5-3.6%” นายสมคิดกล่าว
สำหรับกรณีการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยที่กระทรวงการคลังรายงานว่ามีการลงทุนทั้งหมด 14.01 ล้านคนนั้นแสดงให้เห็นว่ายังคงมีคนไทยจำนวนมากเป็นคนยากจน ซึ่งการมีทะเบียนคนจนนี้จะทำให้รัฐบาลสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ละทิ้งประชาชนกลุ่มไหนไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของประเทศ
อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มผู้รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปีนั้น การให้ความช่วยเหลือยังไม่ได้ข้อสรุปการช่วยเหลือว่าจะเป็นการโอนเงินช่วยเหลือให้ทุกเดือนหรือไม่ โดยขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการออกแบบว่าจะให้ความช่วยเหลือประชาชนแต่ละกลุ่มอย่างไร แต่อยู่ภายใต้หลักการคือให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี
“ที่ดำเนินการอยู่ไม่ใช่เป็นการเข้าไปอุ้ม แต่การที่คนไทยจำนวนมากยังเป็นคนจน ในช่วงที่เรากำลังทรานซ์ฟอร์มประเทศเราก็ต้องดูแลเพื่อไม่ให้ลูกหลานเขาจะได้ไม่ลำบาก” นายสมคิด กล่าว
สำหรับการหารือกับนายอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทีมวิจัยจากธนาคารโลก ที่เดินทางเข้าพบ หลังจากทางทีมวิจัยของธนาคารโลก ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดอันดับความยากง่ายในการจัดทำธุรกิจในประเทศไทยจากหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการจัดอันดับ Ease of doing business 2018 ของธนาคารโลกที่จะประกาศผลในเดือนต.ค.นี้



