
แจงเยียวยาผู้เสียหายเหตุต้นไม้ล้มพาดเสาไฟทับสาวขี่จยย.ดับ
ผบห.อาคาร เสียใจเหตุต้นไม้ล้มพาดเสาไฟทับสาวขี่จยย.ดับที่ซ.ชิดลม พร้อมเยียวยาผู้เสียหายทุกคน ส่วนสาเหตุรอผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ เผยต้นไม้อายุกว่า50ปี
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (16พ.ค.) ที่อาคารอัลม่า ลิงค์ ซ.ชิดลม 25 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. นายพงษ์ศักดิ์ เรืองปฏิกรณ์ ผู้บริหารอาคารอัลม่า ลิงค์ พร้อมด้วย นายปฐวี เวชชธรรม ผจก.อาคารและนายเอกชัย โชติพิทยสุนทท์ ฝ่ายกฎหมาย บี.กริม อัลม่า ลิงค์ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีอุบัติเหตุต้นไม้โค่นเกี่ยวสายไฟฟ้าทำให้เสาไฟล้มทับ น.ส.ณัชชาพัชร์ สมเจษ อายุ 25 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์จอดติดไฟแดงจนเสียชีวิตและส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย รวมทั้งทรัพย์สินเสียหาย เหตุเกิดบริเวณกลางถนนชิดลม ด้านข้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายอาคารไม่เคยปฏิเสธความผิดชอบและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เบื้องต้นได้ช่วยเหลือและเยียวยาให้กับทุกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ
ทั้งนี้เมื่อวันเกิดเหตุทางผู้บริหารได้เดินทางไปที่สถาบันนิติเวช รพ.จุฬาฯ โดยพบปะกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 150,000 บาท อีกทั้งเสนอเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทุกคืนที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บหลังเกิดเหตุได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเดินทางกลับบ้านโดยไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล โดยทางผู้บริหารอาคารยังประสานให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากทางแพทย์ที่รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ พร้อมดูแลค่าใช้จ่ายและมอบเงินช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวน 30,000 บาท
สำหรับผู้ที่ทรัพย์สินเสียหายประกอบด้วยรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ขณะนี้ได้ประสานกับประกันภัยติดตามและชดเชยไปบางส่วน และจะติดตามผู้เสียหายให้ครบถ้วนหากมีผู้เสียหายรายอื่นๆจากเหตุการณ์ในครั้งนี้หากทราบข่าวกรุณาติดต่อเข้ามาที่อาคารอัลม่า ลิงค์ ได้ตลอด
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ได้ส่งตัวแทนและประกันภัยของอาคารไปปรึกษากับการไฟฟ้านครหลวงเพื่อประเมินค่าความเสียหาย ซึ่งยังไม่สามารถสรุปผลได้ ส่วนเรื่องสาเหตุยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้เป็นผู้ระบุ
ทั้งนี้ทราบเพียงว่าต้นไม้ดังกล่าวคือต้นลุงเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ต้นไทร โดยปลูกก่อนตั้งแต่ยังไม่ได้สร้างอาคาร ซึ่งอายุยาวนานกว่า 50 ปี ส่วนอาคารมีอายุเพียง 26 ปีเท่านั้น ทั้งนี้ฝ่ายอาคารได้ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการกับทางบริษัทประกันภัยของอาคาร เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงโดยมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องต้นไม้จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้ามาสำรวจสภาพและความแข็งแรงของต้นไม้ อีกทั้งยังสำรวจต้นไม้บริเวณโดยรอบอาคารเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นอีกต่อไป
มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานแวดล้อมไปหมดแล้ว ทั้งนี้เตรียมออกหมายเรียกผู้บริหารอาคาร 4 คน เข้ามาสอบปากคำต่อไป



