ข่าว

"ผอ.สถาบันสิทธิฯ มหิดล"ยื่นหนังสือจี้"ก.ต่างประเทศ"ขอโทษ

"ผอ.สถาบันสิทธิฯ มหิดล"ยื่นหนังสือจี้"ก.ต่างประเทศ"ขอโทษ

16 พ.ค. 2560

"ผอ.สถาบันสิทธิฯ มหิดล"ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง"ก.ต่างประเทศ"ขอโทษ-แจงข้อเท็จจริง ปมบิดเบือนข้อมูล"ไผ่ ดาวดิน"

 

          16  พ.ค. 60 - ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยนางณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกจากนายวิบูลย์ และนางพริ้ม บุญภัทรรักษา บิดา มารดาของนายจตุภัทร์  บุญภัทรรักษา  หรือ ไผ่ ดาวดิน ถึงนายดอน ปรมัตถ์วินัย  รมว.กระทรวงต่างประเทศ โดยมีน.ส. ณุกุณ  สีห์โสภณ ผู้อำนวยการกองกลาง ผู้แทนปลัดกระทรวงการต่างประเทศเข้ารับมอบ จากกรณีเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซลมีจดหมายถึงประธานมูลนิธิ 18 พฤษภารำลึก ลงวันที่ 2 พ.ค.2560 ซึ่งเป็นองค์กรผู้มอบรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำปี 2017  ให้แก่นายจตุภัทร์ 
          ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช กล่าวว่า ยื่นหนังสือจากพ่อแม่ของไผ่ ซึ่งเห็นว่าในจดหมายทูตบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อขอให้ทางกระทรวงต่างประเทศทำจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการ และชี้แจงข้อเท็จจริง โดยอธิบายความฉบับใหม่ไปถึงประธานมูลนิธิดังกล่าว  
          "ประเด็น คือ ในจดหมายของทูตอ้างว่า ไผ่ทำผิดกฎหมายไทย แต่ข้อเท็จจริงคือยังไม่ได้มีการเริ่มสอบพยาน ยังไม่มีคำพิพากษา  ส่วนเรื่องที่ 2 อ้างว่าไผ่ทำผิดซ้ำ ซึ่งผิดเงื่อนไขประกันตัวนั้น ไม่มีการทำผิดอะไรซ้ำ เหตุให้ถอนประกันคือไผ่ถูกประกันตัวออกมาแล้วไผ่โพสต์เฟสบุ๊ก ตัดพ้อเงินประกันตัวค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นตามปกติ ซึ่งรัฐธรรมนูญรับรองไว้" นางณัฏฐา มหัทธนากล่าวและว่า หาก ไม่ทำตามที่ร้องขอทางผู้เสียหายอาจฟ้องหมิ่นประมาทได้  
          หนังสือเปิดผนึกระบุใจความสำคัญว่า  การบิดเบือนทำให้นายจตุภัทร์เสียชื่อเสียง อีกทั้งอาจถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากความเข้าใจผิด โดยรายละเอียดจากการบิดเบือนและข้อความที่ถือว่าเอกอัครราชทูตได้จงใจกระทำผิดรัฐธรรมนูญ  ได้แก่  1) การอ้างว่านายจตุภัทร์ได้กระทำความผิดตามกฎหมายไทยแล้ว  ทั้งที่ศาลยังไม่ได้มีการพิจารณาคดี  ตามรัฐธรรมนูญไทยและกติกาสากลสิทธิมนุษยชน  ผู้ต้องหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบที่ยังไม่มีคำตัดสินของศาลเป็นที่สุด  2) การอ้างว่านายจตุภัทร์ได้มีการกระทำความผิดซ้ำซึ่งถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขในการประกันตัว  ทั้งที่นายจตุภัทร์ไม่เคยมีการกระทำความผิดซ้ำ  และการกระทำที่ถูกนำมาใช้กล่าวหาเพื่อเพิกถอนสิทธิในการประกันตัวก็ไม่เคยมีอยู่ในเงื่อนไขการประกันตัว  
          ในหนังสือระบุอีกว่า  การมีจดหมายไปทำนองทักท้วงการมอบรางวัลสำคัญโดย มูลนิธิ 18  พฤษภารำลึก องค์กรที่มีบทบาทส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในระดับโลก  ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการผิดมารยาททางการทูต  เพราะเป็นองค์กรที่เคยมอบรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชนให้แก่บุคคลสำคัญของโลกที่มีบทบาทในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนมาอาทิ  นางอองซาน ซูจี  ประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของพม่า  ซานานา กัสเมา อดีตประธานาธิบดีของติมอร์ตะวันออก นายสมบัด สมพอน ทนายความนักสิทธิมนุษยชน สปป.ลาว  
          ทั้งนี้นายวิบูลย์ และนางพริ้ม บุญภัทรรักษาได้เดินทางไปรับรางวัลกวางจูแทนลูกชาย เดินทางถึงประเทศเกาหลีใต้แล้วเมื่อวานนี้