
‘น้ำมันพุ่ง-แข่งเดือด’ทำกำไรบินไทยวูบ45% ไตรมาสแรกปี60
‘น้ำมันพุ่ง-แข่งเดือด’ทำกำไรบินไทยวูบ45% ไตรมาสแรกปี60
นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและการบัญชี (DE) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กล่าวถึงผลประกอบการของการบินไทยและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 1 ปี 2560 มีผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,169 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 47.3% โดยเป็นกำไรจากการดำเนินงานธุรกิจการบิน (Operating Profit) จำนวน 2,867 ล้านบาท ลดลง 60.1%
สาเหตุหลักเกิดจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นจาก 48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นถึง 45.8% ส่งผลให้ Operating Profit ลดลง 2,002 ล้านบาท ประกอบกับรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (Yield) ลดลงจาก 2.50 บาทต่อกิโลเมตร เหลือ 2.20 บาทต่อกิโลเมตร หรือลดลง 12% เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงและการปรับลดอัตราอัตราค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมัน (Fuel Surcharge)
ในไตรมาสที่ 1 ยังมีรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยอีก 1,932 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นการบันทึกค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อมบำรุงโบอิ้ง 777-300 ER จำนวน 14 ลำและเครื่องยนต์สำรอง 4 เครื่องระหว่างปี 2562-2563 จำนวนกว่า 600 ล้านบาท เพราะมิเช่นนั้นการบินไทยจะต้องบันทึกค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเกือบ 10,000 ล้านบาทในปี 2562 และหลังจากนี้จะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายจำนวน 300 ล้านบาทต่อไตรมาส จนกกว่าซ่อมเสร็จจะแล้วเสร็จในปี 2563
“ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ไม่ได้ดีขึ้น เพราะวันนี้ทุกคนมีปัญหาเรื่องรายได้ ขายตั๋วราคาถูกมากและเรื่องน้ำมันที่สูงขึ้นกว่าปีก่อน แต่จะเห็นว่า Cabin Factor ของการบินไทยอยู่ที่กว่า 80% ซึ่งถือว่าฝ่ายขายทำได้ดีมาก เพราะปกติการบินไทยมี Cabin Factor อยู่ 70% ถ้า 75% ก็ถือว่าหรูมาก แต่ Yield ของการบินไทยก็ต่ำกว่า 2 ปีก่อนพอสมควรและคงไม่สามารถสูงกว่าปี 2559 เพราะการแข่งขันในตลาดสูงมากและสายการบินเกือบทั้งหมดยกเลิก Fuel Surcharge ซึ่งมีผลกระทบต่อ Yield ประมาณ 20 สตางค์ต่อกิโลเมตร” นายณรงค์ชัย
นายณรงค์ชัย กล่าวถึงการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมันว่า สายการบินไทยได้ทำประกันราคาน้ำมันไว้ 65% ที่ระดับ 40-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมคาดว่าราคาน้ำมันดิบในปีนี้จะอยู่ราว 65-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าปีก่อนซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ถ้าราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น บอร์ดก็ให้ประกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 80%
นายณรงค์ชัยกล่าวอีกว่าบอร์ดการบินไทยยังเห็นชอบให้เพิ่มทุนในสายการบินนกแอร์ตามสัดส่วนเดิมที่ 39% ขณะเดียวกันสายการบินนกแอร์ก็ต้องเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูให้เร็วที่สุด ซึ่งในวันนี้ (15 พ.ค.) หรือพรุ่งนี้ (16 พ.ค.) บอร์ดนกแอร์จะประชุมเพื่อพิจารณาร่างแผนฟื้นฟูครั้งแรก
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทการบินไทย ในไตรมาสแรกนั้นเป็นไปตามที่คาดไว้ ซึ่งบริษัทยังรักษาอัตราการทำกำไรได้ค่อนข้างดี และมีระดับอัตราการบรรทุกผู้โดยสารในระดับที่สูงขึ้น แม้กำไรจะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก
“กำไรที่ปรับตัวลดลงจากปีก่อนค่อนข้างมากเกินจากงวดเดียวกันของปี 2559 การท่องเที่ยวฟื้นตัวทำให้การเติบโตมากกว่าปกติ ซึ่งในปีนี้จะพบว่าการเติบโตยังทรงตัวจากไตรมาสที่ 4 ปีก่อนซึ่งเป็นผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญและการได้รับผลกระทบจากช่วงไว้อาลัย”
ทั้งนี้ไตรมาสที่ 1 ปี 2560 อัตราการบรรทุกผู้โดยสารอยู่ในระดับที่ดี แม้ว่าจะได้รับแรงกดดันจากราคาค่าตั๋วที่ปรับตัวลดลง ส่วนแนวโน้มในไตรมาสที่ 2 มองว่า ผลประกอบการของบริษัทจะปรับตัวลดลง เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ



