ข่าว

ดร.ธรณ์ โวย!! "ปูทหารฯ" หายจากรายงานผลกระทบท่าเรือปากบารา

ดร.ธรณ์ โวย!! "ปูทหารฯ" หายจากรายงานผลกระทบท่าเรือปากบารา

16 พ.ค. 2560

ดร.ธรณ์ โวย รายงานผลกระทบการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ไม่พูดถึง "ปูทหารยักษ์ปากบารา" เตรียมถาม "บิ๊กป้อม"

 

             15 พ.ค.60 - ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Thon Thamrongnawasawat) ว่า              "วันนี้มีการประชุมเรื่องท่าเรือปากบาราในสภา เท่าที่ทราบ ข้อมูลผลกระทบบางส่วนหายไป โดยเฉพาะ "ปูทหารยักษ์ปากบารา" ปูชนิดใหม่ของโลกที่สำรวจพบตั้งแต่ปี 2554 และได้ชื่อวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการว่า Mictyris thailandensis หมายถึงพบเฉพาะเมืองไทยและพบที่ปากบารา

             หากปูที่มีความสำคัญระดับที่มีชื่อของประเทศไทยเป็นชื่อชนิด มีการลงข่าวมากมาย ภาพเคยขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ผมเคยออกทีวีเรื่องนี้ตั้งหลายหน แต่ยังไม่มีข้อมูล แล้วจะให้เชื่อมั่นในการพัฒนา มันอาจยากหน่อยนะ

             การพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องครบถ้วนทุกด้าน ประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติ SDG 14 กล่าวถึงทะเลโดยเฉพาะ แต่ปูชนิดใหม่ของโลกและพบเฉพาะเมืองไทยถูกละเลย มันคงไม่เหมาะสมครับ
#ท่าเรือปากบารา #ข้อมูลต้องครบและชัดเจน "

ดร.ธรณ์ โวย!! "ปูทหารฯ" หายจากรายงานผลกระทบท่าเรือปากบารา

             ดร.ธรณ์ เปิดเผยกับ "คมชัดลึกออนไลน์" ว่า ทราบว่าวันนี้มีการประชุมคณะกรรมาธิการธรรมาภิบาลในองค์กรภาคประชาสังคมกับการปฏิรูปประเทศ ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพื่อพิจารณารายงานผลกระทบในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่ จ.สตูล ซึ่งมีกรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้ข้อมูล

             "เท่าที่ผมทราบ ในรายงานผลกระทบที่นำเสนอไม่มีการพูดถึง "ปูทหารยักษ์ปากบารา" ซึ่งเป็นปูชนิดใหม่ของโลกมีเฉพาะที่ปากบารา มีการพบปูชนิดนี้เมื่อปี 2552 และใช้เวลาอยู่นานกว่าจะได้ชื่อมาในปี 2558  เพราะไม่ใช่ว่าจู่ๆจะไปตั้งชื่อได้เลย ต้องเก็บตัวอย่างส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศตรวจสอบ ต้องส่งไปหลายประเทศ กว่าเขาจะยอมรับให้จดชื่อใหม่ทางวิทยาศาตร์ การจะขึ้นทะเบียนชื่อทางวิทยาศาตร์ว่าเป็นสัตว์ที่ค้นพบใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย และในชื่อก็มีชื่อประเทศไทยอยู่ด้วย"

             "ไม่เข้าใจว่าทำไมในรายงานผลการศึกษาผลกระทบการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จึงไม่มีพูดถึงปูทหารยักษ์ปากบารา เมื่อไม่มีพูดถึง ก็ไม่มีว่าวิธีการที่จะดูแลรักษาปูชนิดนี้เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจะทำได้อย่างไร จะลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างไร จะทำอย่างไรไม่ให้ปูชนิดนี้สูญพันธุ์ ในรายงานการศึกษาที่ออกมาแบบนี้จะบอกได้อย่างไรว่าจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ถ้ามีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่นี่แล้วทำให้ปูชนิดนี้สูญพันธุ์ไป ผมจะไม่เชื่อเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศนี้อีกต่อไป"

         ดร.ธรณ์ โวย!! "ปูทหารฯ" หายจากรายงานผลกระทบท่าเรือปากบารา

              "ผมไม่สนใจว่าหรอกว่าจะมีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราหรือไม่ ผมไม่ได้บอกว่าผมคัดค้านหรือไม่ ผมเพียงแต่ต้องการรู้ว่า ถ้าสร้างแล้วสัตว์ชนิดนี้จะอยู่อย่างไร"

             "ถ้าไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ ประเทศนี้ก็ไม่ควรพูดว่ามีการพัฒนาอย่างยั่งยืน" ดร.ธรณ์ ย้ำ และบอกว่า การที่ผลการศึกษาออกมาเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามที่สำคัญ 2 ข้อ คือ ประเทศนี้ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพจริงหรือ และการศึกษาผลกระทบการก่อสร้างโครงการนี้ทำอย่างสมบูรณ์ครบถ้วนแล้วหรือ

             ดร.ธรณ์ กล่าวว่า ในฐานะที่เขาเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ หรือเรียกสั้นๆว่า คณะกรรมการทะเลแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องนี้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมเจ้าท่าซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ เขาจะถามกับ พล.อ.ประวิตร ในที่ประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในเดือน มิ.ย.หรือ ก.ค.นี้ 

             สำหรับพฤติกรรมของปูทหารยักษ์ปากบารา คือ เคลื่อนที่และหยุดเป็นระยะ นิสัย "ตื่นตกใจง่าย" เมื่อรับรู้ว่าภัยจะมาถึงตัวแล้ว จะใช้ "แปดขา" ไม่นับก้ามโตๆที่มีอยู่วิ่งแน่บลงรู แล้วกลับขึ้นมาแอบดูบริเวณโดยรอบอีกครั้ง และนิสัยที่แปลกไปจากปูที่ขึ้นตามชายหาดทั่วไป คือ ชอบขุดทรายมาล้อมรอบตัวเป็นรูปวงกลม "เหมือนบังเกอร์" 

             สำหรับลักษณะเด่นของปูทหาร คือ กระดอง ใหญ่ โค้งนูนสีเทาอมฟ้า บนกระดองแบ่งเป็นเนินด้วยร่องลึก ก้ามสีครีมเหลืองโค้งลงและวางตัวในแนวตั้งกับด้านหน้าของตัวปู บริเวณขอบหลังของกระดอง มีแผงขนสั้นๆ ขนาดกว้างราว 2.5 ซม. หากมองด้านหน้าคล้ายคน "ใส่หมวกกันน็อก" ขา เดินมีสีน้ำตาลอ่อน บริเวณปล้องที่ 3 และปล้องที่ 4 ของด้านล่างของก้ามมีหนามแหลมปล้องละ 1 อัน ก้านตาสั้น เบ้าตาเล็กมาก มีหนาม ที่ขอบด้านข้างกระดองด้านหน้า 1 คู่ ตัวผู้ ปล้องท้องแยกจากกันชัดเจน โดยปล้องที่ 7 มีขนาดเล็กแตกต่างจากปล้องอื่นๆ ชัดเจน ช่องปากกลมนูน ขากรรไกรคู่ที่ 3 เป็นแผ่นกลมขนาดใหญ่และมีขนเล็กๆ จำนวนมาก พฤติกรรมที่ เห็นชัด คือการเคลื่อนที่และหยุดเป็นระยะ หาเศษซากพืชและสัตว์บนหาดกินเป็นอาหาร 

              ***ติดตามการสัมภาษณ์ ดร.ธรณ์ ในรายการกรองข่าวเช้านี้ ทางเอฟเอ็ม 102 เวลา 07:30 - 08:00 น. วันอังคารที่ 16 พ.ค.60 (ฟังย้อนหลังคลิกที่นี่เริ่มนาทีที่14 )

(‘ปูทหาร’นับหมื่นเดินแถวหาดปากบารา...อ่านต่อ)