
"กรณ์"จัดทัพบิ๊กคลังดันคนรุ่นใหม่เน้นปฏิรูปการทำงาน
ครม.ไฟเขียวแต่งตั้งบิ๊กข้าราชการคลังชุดใหญ่ "สมชัย คว้าเก้าอี้ศุลกากร อารีพงศ์ นั่งสรรพสามิต พงษ์ภาณุ โยกไปบัญชีกลาง "กรณ์" ยันการเมืองแทรกแซงน้อย เคลียร์ 2 รมช.ลงตัว แจงเน้นวางรากฐานการทำงานของกระทรวงในอนาคต
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติให้โอนและย้ายข้าราชการในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงตามที่กระทรวงการคลังเสนอจำนวน 8 ราย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 เป็นต้นไป ได้แก่ นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ให้ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลาง
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) นายสาธิต รังคสิริ รองปลัดกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สศค. นายนริศ ชัยสูตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง นายศุภชัย จงศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง และนางเสาวนีย์ กมลบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง
ด้านนายกรณ์ จาติกวาณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดแถลงข่าวพร้อมผู้บริหารของกระทรวงการคลังที่ได้รับการอนุมัติดำรงตำแหน่งใหม่ว่า การทำงานในระยะต่อไปภายใต้ผู้บริหารรุ่นใหม่ กระทรวงการคลังเน้นแนวคิดว่า “กระทรวงการคลัง ยุคใหม่ มืออาชีพ จริงจัง จริงใจ” ซึ่งเน้นการวางรากฐานการทำงานในอนาคต ซึ่งจะมีการปฏิรูปหน่วยงานด้านการจัดเก็บภาษีใหม่ เพื่อให้มีการทำงานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
"ยืนยันว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มีปัญหาการเมืองเข้ามาแทรกแซงน้อย แม้คลังจะมีรัฐมนตรี 3 คน มาจาก 3 พรรค แต่ก็ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง โดยได้พูดคุยกับ รมช.ทั้ง 2 คน แล้ว ซึ่งทุกคนก็เข้าใจและเห็นตรงกัน" นายกรณ์ กล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นไปตามการจัดโผของนายกรณ์เอง แม้ว่าก่อนหน้านี้นายกรณ์จะยอมรับว่ามีความพยายามจะฝากฝัง แต่ก็จะพิจารณาตามความเหมาะสมและผลงาน โดยเฉพาะกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และกรมบัญชีกลางนั้น ผลที่ออกมาค่อนข้างน่าประหลาดใจเพราะไม่ใช่บุคคลที่ รมช. 2 คนจาก 2 พรรคพยายามผลักดันให้ขึ้นรับตำแหน่งแต่อย่างใด และเป็นที่น่าจับตาว่าการวางตัวบุคคลในครั้งนี้อาจมองไปได้ไกลถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังในอนาคตอีก 2 ปีด้วย เพราะส่วนใหญ่จะมาจากผู้ได้ไปเวียนกรมภาษีมาก่อนนั่นคือนายสมชัยและนายอารีพงศ์



