ศาลสั่งรวมคดีฉ้อโกง-ฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นกว่าหมื่นล้าน
ศาลอาญา นัดอัยการ-ทนายความ ตรวจหลักฐานเอกสาร 6 พ.ย.นี้ หลังสั่งรวมคดี“ศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์คลองจั่น–พวก 12 ราย”ฉ้อโกง-ฟอกเงินสหกรณ์กว่าหมื่นล้าน อัยการพร้
สำนักข่าวเนชั่น โดย เกศินี แตงเขียว
15 พ.ย. 60 - ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น หมายเลขดำ อ.3339/2559 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น , นายมณฑล กันล้อม อดีตประธานสหกรณ์ฯ , นายลภัส โสมคำ อดีตกรรมการ , นางทองพิน กันล้อม อดีตกรรมการ , นายณัฐวัฒน์ ปิยพัชร์เมธี อดีตผู้จัดการสหกรณ์ , นายอารีย์ แย้มบุญยิ่ง ผู้จัดการสหกรณ์ , น.ส.ศรัณยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ ,น.ส.วาริศา เอกชัยจินดาวัฒน์ อดีตกรรมการสหกรณ์ ,นางจันทร์ฉาย ขันธะหัตถ์ รองผู้จัดการสหกรณ์ , นายธนากร น่าบัณฑิต อดีตเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ,นายกฤษฎา มีบุญมาก อดีตเจ้าหน้าที่สหกรณ์ เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 กรณี ระหว่างเดือน ม.ค.51 - ธ.ค.55 ร่วมกันทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับสมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ จำนวน 28 ราย รวมเงินสัญญากู้ยืม 11,858,440,000 บาท โดยมิได้มีการกู้ยืมเงินกันจริง และร่วมกันทำบันทึกรายการทางการเงินอันเป็นเท็จ โดยโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และขอให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันคืนเงินให้ผู้เสียหาย รวม 2,254 รายด้วย ซึ่งคดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 พ.ย.59
และตรวจหลักฐานคดีฟอกเงิน หมายเลขดำ ฟย.6/2560 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์ฯ , น.ส.ศรัณยา อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ , นางทองพิน อดีตกรรมการ และนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล กรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) เป็นจำเลยที่ 1-4ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินจากการกระทำผิดฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
โดยศาลเบิกตัว นายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่น จำเลยที่ 1 มาเรือนจำบางขวาง และนางทองพิน อดีตกรรมการสหกรณ์ฯ จำเลยที่ 4 , น.ส.ศรัณยา อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ จำเลยที่ 7 มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง ขณะที่จำเลยอื่นซึ่งได้รับการประกันตัว ก็เดินทางมาศาลพร้อมเพรียงกัน
ทั้งนี้ อัยการโจทก์ ได้ร้องขอต่อศาล ให้รวมคดีฉ้อโกง หมายเลขดำ อ.3339/2559 และคดีฟอกเงิน ฟย.6/2560 พิจารณาเป็นสำนวนคดีเดียวกัน ซึ่งจำเลยไม่คัดค้าน
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงเดียวกัน หากรวมสำนวนคดีแล้วจะทำให้การพิจารณาคดีรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงอนุญาตให้รวมสำนวนเป็นคดีเดียวกัน โดยให้คดีหมายเลขดำ อ.3339/2559 เป็นสำนวนเริ่มต้น
ขณะที่วันนี้ อัยการโจทก์ ได้ยื่นพยานหลักฐานเอกสารในสำนวนคดีฉ้อโกงฯ จำนวน 113 ฉบับต่อศาล โดยจะขอส่งพยานเอกสารเพิ่มเติมในภายหลังอีกด้วย
ด้านทนายความจำเลย ได้แถลงต่อศาลขอเลื่อนการตรวจหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากอัยการโจทก์ มีพยานเอกสารจำนวนมาก จึงต้องขอใช้เวลาในการตรวจและคัดถ่ายสำเนาเอกสาร
โดยศาลพิจารณาแล้วก็อนุญาตให้เลื่อนนัดออกไปก่อน และกำหนดนัดพร้อมเฉพาะอัยการและทนายความตรวจเอกสารทั้งหมดอีกครั้งในวันที่ 6 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. โดยนัดดังกล่าวตัวจำเลยทั้งหมดไม่ต้องเดินทางมาศาล



