
ไฟเขียวกู้เงินนอกสร้างถนน 4 เลน
ครม.อนุมัติคลังกู้เงินธนาคารโลกและเอดีบีกว่า 5.6 พันล้านบาท ลงทุนสร้างถนนสายหลัก 4 ช่องจราจร ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน เตรียมขอรัฐสภาให้ความเห็นชอบ พร้อมส่งกฤษฎีกาพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายด่วน
นายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 มีมติอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินจากธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) รวมวงเงิน 170.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,620 ล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น 4 ช่องจราจร ระยะที่ 2 โดยกระทรวงการคลังได้เสนอว่า การใช้เงินกู้จากทั้งสองแหล่ง เพื่อดำเนินการโครงการดังกล่าวเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้
สำหรับโครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น 4 ช่องจราจร ที่ใช้เงินกู้จากธนาคารโลก ประกอบด้วย ทางหลวงหมายเลข 201 เส้นทางสีคิ้ว-ชัยภูมิ ตอนสีคิ้ว-หนองบัวโคก ระยะทาง 60 กิโลเมตร ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 24 เส้นทางสีคิ้ว-อุบลราชธานี ตอน อ.นางรอง-อ.ปราสาท ระยะทาง 65 กิโลเมตร ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 331
เส้นทางสีคิ้ว-พนมสารคาม ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 36-บรรจบทางหลวงหมายเลข 3 (สัตหีบ) ระยะทาง 28 กิโลเมตร ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4 เส้นทางพังงา-กระบี่ ตอนที่ 3 ระยะทาง 27 กิโลเมตร และงานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 408 เส้นทางนครศรีธรรมราช-สงขลา ตอน อ.ระโนด-อ.สทิงพระ ระยะทาง 36 กิโลเมตร
ส่วนการกู้เงินจากเอดีบีเพื่อลงทุน 2 แผนงาน วงเงิน 77.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะเวลากู้เงิน 15 ปี แผนงานลงทุนได้แก่ งานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 เส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก ระยะทาง 105 กิโลเมตร และงานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 359 เส้นทางพนมสารคาม-สระแก้ว ระยะทาง 73 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ครม. รับหลักการร่างสัญญาการกู้เงินแล้ว ให้นำร่างสัญญากู้เงินทั้ง 2 ฉบับ เสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป พร้อมกันนั้น ครม.ได้อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายเป็นผู้ลงนามสัญญาเงินกู้ทั้ง 2 ฉบับ และให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาความเห็นทางกฎหมายโดยด่วน



