ข่าว

"นายกฯ"ถก"กพช."ยันรัฐบาลเน้นความมั่นคงพลังงาน

"นายกฯ"ถก"กพช."ยันรัฐบาลเน้นความมั่นคงพลังงาน

15 พ.ค. 2560

"นายกฯ"ประชุม"กพช."ทดสอบแว่นวีอาร์ยันรัฐบาลเน้นความสำคัญด้านพลังงานต้องสร้างโรงงานในพื้นที่

          15 พ.ค.60 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้กล่าวระหว่างการประชุมว่า วันนี้จะมารับฟังที่ประชุมในประเด็นต่างๆ ที่ได้พูดคุยกับคณะกรรมการเบื้องต้นมาแล้ว  รวมถึงติดตามความก้าวหน้าการทำงาน ในเรื่องที่ยังหยุดชะงัก เนื่องจากจะต้องเตรียมการให้พร้อมตั้งแต่บัดนี้ ในเรื่องของความมั่นคงทางพลังงาน สำหรับการประชุมครั้งนี้จะมีการหารือเรื่องการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวตั้งแต่ปี 2558-2579 คาดว่า จะมีการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น

          "เราจะมีการรายงานสถานการณ์พลังงานโลก เรื่องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือโซลาร์ฟาร์ม สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร ที่เป็นระยะที่ 2 จำนวน 219 เมกะวัตต์  ที่จะประมูลเสร็จสิ้นในเดือนมิถุนายนนี้ รวมถึงพิจารณาโควตาโซลาร์ฟาร์ม ในส่วนราชการที่เหลืออีก 300 เมกะวัตต์จะดำเนินการอย่างไร" นายกรัฐมนตรี กล่าว

          ผู้สิ่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมให้กำลังใจ ตัวแทนประเทศไทย ที่จะไปร่วมงานงาน EXPO 2017 ASTANA ณ กรุงแอสตานา ประเทศคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายนถึง 10 กันยายน  นอกจากนี้ยังรับชมการนำเสนอนิทรรศการ ผ่านแว่น Virtural Reality (วีอาร์) ขณะเดียวกันผู้แทนจากประเทศไทยนำเสนอศักยภาพพลังงานชีวภาพของไทย รวมทั้งข้อมูลด้านการเกษตรที่เชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาพลังงาน ซึ่งประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในการพัฒนาพลังงานชีวภาพ (Bioenergy) จากการน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย มาเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการด้านพลังงานด้วย

"นายกฯ"ถก"กพช."ยันรัฐบาลเน้นความมั่นคงพลังงาน

( ตัวแทนประเทศไทย ที่จะไปร่วมงานงาน EXPO 2017 ASTANA ณ กรุงแอสตานา ประเทศคาซัคสถาน )
          ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า  รัฐบาลให้ความสำคัญด้านพลังงาน ในการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างมั่นคง สำหรับเกณฑ์มาตราการรองรับกรณีหากมีปัญหาเรื่องพลังงานแก๊ส ในช่วงปี 2564-2566 ที่จะอยู่ระหว่างเราจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2565 ดังนั้นในช่วงนี้ถ้าเราไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าตามแผนได้ ก็จะเกิดปัญหาในช่วงนั้น จึงต้องเตรียมมาตราการองรับ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องไปสร้างอะไรที่มีปัญหาอยู่ แต่ต้องหาวิธีการอื่น อาทิ  ถ้าใช้แก๊สแทนก็ต้องหาพื้นที่เพื่อจะสร้างโรงงานผลิตแก๊ส แล้วดูความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น หรือจะหาแก๊สจากที่ไหนมาใช้จะต้องไปเจรจาซื้อจากเพื่อนบ้านหรือจะนำเข้าจะทำที่เก็บเพิ่มเติมนอกจากที่มาบตาพุด  อย่างไรก็ตามในพื้นที่ภาคใต้ประเมินปริมาณการใช้แก๊สแล้ว กำลังผลิตในพื้นที่ยังไม่พอ ต้องมีการส่งจากภาคกลางต้องสร้างโรงงานผลิต แต่จะสร้างแบบไหนก็ต้องไปหารือกันอีกที.