
ทลายแก๊งค์ลักสายโทรศัพท์-ของกลางกว่า500กก.
รวบแก็งค์ขโมยสายเคเบิ้ลโทรศัพท์ พบเป็นคนงานรับเหมาช่วง พร้อมองกลางกว่า 500 กิโลกรัม สารภาพตัดเฉพาะสายที่ไม่ใช้งานแล้ว
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ต นำโดย พ.ต.อ.พีรยุทธ การะเจดีย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ ผกก.สส.ภ จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.ธรรมสรรค์ บุญทรง รองผกก.สส.ภูเก็ต พ.ต.ท. ปทักข์ ขวัญนา รองผกก.สส.ภูเก็ต พ.ต.ท.ตะวัน เลขมาศ. ร.ต.อ.พิชิต ทองโต ร.ต.อ. อุทร นวลจันทร์ ร.ต.ท. อุกฤษฏ์ ขาวมาก. พร้อมเจ้าหน้าตำรวจ. กองกำกับการสืบสวน จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 9 คน ประกอบด้วย
นายสุริยา ตาลาด อายุ 28 ปี นายชาตรี มิ่งภูเขียว อายุ 36 ปี นายพิศิษฐ์ เนินเทา อายุ 43 นายนภดล สิงห์ฆาฬะ อายุ 37 ปี นายมังกรหยก จันทะแสง อายุ 37 ปี นายวิวุฒน์ บัวแสง อายุ 35 ปี และ นายเอ นายบี (นามสมมุติ) มาสอบสวนเพิ่มเติม หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนภูธร จังหวัดภูเก็ต เข้าจับกุมที่แคมป์คนงานไม่มีเลขที่ในพื้นที่ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ก่อนหน้านี้ พร้อมด้วยของกลาง ท่อร้อยสายทองแดงสีดำ หลอดทองแดง ประมาณ 500 กิโลกรัม อุปกรณ์ใช้สำหรับตัดสายเคเบิ้ลจำนวนหลายรายการ เช่น คีม เป็นต้น และรถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน
สำหรับการเข้าตรวจสอบกลุ่มต้องสงสัยดังกล่าว สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 พนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ได้รับการแจ้งจากนายอิสสเรนทร์ หวังสุขเกษม อายุ 53 ปี ตัวแทนบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่ามีคนร้ายลักลอบขโมยตัดสายเคเบิ้ลโทรศัพท์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2560 เวลากลางคืน เป็นสายเคเบิ้ล ขนาด AP(8) 0.4X200 PRS ความยาว 35 เมตร พร้อมอุปกรณ์ประกอบ รวมเป็นเงิน 15,195 บาท เหตุเกิดบริเวณถนนสายป่าครองชีพ-บ้านพาราก่อนถึงโรงเรียนบ้านป่าครองชีพ ประมาณ 170 เมตร ม.1 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง และ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 เวลาประมาณ 05.50 น. มีคนร้ายลักลอบขโมยตัดสายเคเบิ้ล ขนาด AP 04.x300 PRS ความยาว 50 เมตร พร้อมอุปกรณ์รวมเป็นเงิน 27,026.05 บาท เหตุเกิดบริเวณถนนบ้านบางโรง ม.3 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย
หลังได้รับการประสานและลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุถนนบ้านบางโรง ม.3 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง พบว่าที่เกิดเหตุอยู่หน้าสหกรณ์อัลอามานะห์ภูเก็ต จำกัด จึงได้ขอทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อเวลา 05.57 น. วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 มีรถยนต์กระบะต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า ตอนครึ่ง สีบรอน์ทอง มีบันไดไม้ไผ่พาดอยู่กับตัวรถ จำนวน 1 คัน ขับขี่มาจากเส้นทางอนุสาวรีย์ท้าวเทพฯ มุ่งหน้าไปทางบ้านพารา ม.4 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ขับผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ และได้กลับรถมาจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมีชายสวมเสื้อสีน้ำเงินแขนยาว สวมกางเกงขายาวสีทึบ นั่งอยู่ในกระบะด้านหลัง จากนั้นชายดังกล่าวได้ลงจากรถ โดยมีชายอีกคนซึ่งเป็นคนขับ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขายาวสีทึบ ได้ช่วยกันนำบันไดไม้ไผ่ที่พาดอยู่ลงจากรถจากนั้นได้นำไปพาดบริเวณสายเคเบิ้ลแล้วปีนขึ้นไปตัด สายเคเบิ้ลโทรศัพท์และได้ช่วยกันม้วนสายเคเบิ้ลโทรศัพท์แล้วนำขึ้นรถยนต์กระบะ โดยชายสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินได้ขึ้นไปนั่งในกระบะด้านหลังตามเดิมแล้วรถยนต์ดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปมุ่งหน้าไปทางบ้านพารา ม.4 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง โดยใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 10 นาที จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ กระทั่งพบ
รถต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า ตอนครึ่ง สีบรอน์ทอง หมายเลขทะเบียน บย 232 กำแพงเพชร จอดอยู่ภายในที่พักของบริษัทเอกชนรายหนึ่งซึ่งรับดำเนินการเกี่ยวกับสายเคเบิ้ลโทรศัพท์ให้กับบริษัท ทรู ซึ่งในแคมป์ดังกล่าวมีคนงานชายอยู่ทั้งหมด 9 คน จากการสืบสวนพบว่า 2 คนใน 9 คนดังกล่าว มีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุลักลอบตัดสายเคเบิ้ล จึงได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม กระทั่งพบกลุ่มคนดังกล่าวจะเข้าไปในซอยกุโบบ้านพาราเป็นประจำ โดยจะเข้าไปยังบ้านพักคนงานภายในสวนยางพาราดังกล่าว ซึ่งตรงกับเส้นทางที่ตรวจสอบในกล้องวงจรปิด และจากการเข้าไปตรวจสอบที่พักคนงานดังกล่าว พบว่ามีเปลือกสายเคเบิ้ลโทรศัพท์กองอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเชื่อว่าได้เปลือกสายเคเบิ้ลดังกล่าว เป็นสายเคเบิ้ลที่คนร้ายลักลอบตัดมาจากที่เกิดเหตุถนนสายบ้านบางโรง ม.3 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง
จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายสุริยา ให้การว่าเป็นหัวหน้าคนงานของบริษัทที่รับจ้างติดสายเคเบิ้ลโทรศัพท์ ที่รับช่วงต่อมาอีกที โดยจะรู้ว่าสายเคเบิ้ลเส้นไหนที่ไม่ใช้งานแล้ว โดยจะเลือกเฉพาะสายที่ไม่ใช้งานแล้ว และจะลงมือก่อเหตุในช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อป้องกันคนสงสัย เพราะข้างรถจะติดสติกเกอร์ คำว่า TOT หลังจากได้สายเคเบิ้ลมาก็จะนำไปรวบรวมและเผานำเอาทองแดงออก เพื่อนำไปขาย โดยลวดทองแดงขายได้กิโลละ 150 บาท หลังจากขายได้ก็จะนำเงินมาแบ่งกัน



