
รายงาน-ท้าทาย"ภาวะผู้นำ"
โล่งอก อย่างออกหน้าออกตาสำหรับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ "ป.ป.ช." ออกโรงฟันเปรี้ยงเรียงตัว “แก๊งอำนาจเก่า” ตั้งแต่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว
4 จำเลย ในคดีเด็ด 7 ตุลา 2551 !!!
ผลงานของ ป.ป.ช.เที่ยวนี้มา "ถูกที่ ถูกเวลา" เหมือนรู้ว่านายกรัฐมนตรีกำลังกระอักกระอ่วน ปั่นป่วนหัวใจ หาวิธีกำจัด “บิ๊กป๊อด” ไม่ได้มานานนับเดือน
ได้มือแข็งๆ ของ ป.ป.ช. ทุบโครมลงไปก็ “ปลดล็อก” ไปได้เยอะ
ความผิดเต็มๆ ตามบันทึกของ ป.ป.ช. ของ “บิ๊กป๊อด วงษ์สุวรรณ” ประกอบไปด้วย
“ความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และฐานละเว้นการกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 (5) และ (6)
รวมทั้งยังมีมูลความผิดทางอาญา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ประกาศิตของ “ป.ป.ช.” เท่ากับการยื่น “ดาบประหาร” ให้ “นายกฯ” เชือด “ผบ.ตร.” ที่ถูกมองว่าเป็น “ก้างขวางคอ” ให้พ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น
นาทีนี้ “แต้มต่อ” ของนายกฯ พุ่งสูงลิ่ว เหมือนเครื่องร่อนที่เหิน “ติดลมบน” มีแรงส่งหนุนอยู่ใต้ปีกทั้งสองข้าง คอยดันให้ลอยละลิ่วอยู่กลางเวหา
ถ้าจะขยี้ “พัชรวาท” ที่เป็นเหมือนขวากหนามทางสวรรค์ของ “พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ” ให้พ้นเส้นทางอำนาจ ไม่ให้มายกมือสวน กวนใจในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) ก็ต้องทำในช่วงนี้
ถ้าไม่ทำช่วงนี้ ก็อาจจะไม่มีจังหวะไหนที่เหมาะสมอีกแล้ว !!!
นอกจากจะอ้างว่าทำตามกฎหมาย แล้วยังได้ใจ “พันธมิตรฯ” อีกมากโข
อย่าลืมว่า ตอนนี้พลพรรค “เสื้อเหลือง” กำลังออกอาการ “ขุ่นข้อง หมองใจ” รัฐบาลอย่างเหลือกำลัง ด้วยข้อหาที่พุ่งตรงไปที่รัฐบาล ว่าปล่อยให้ดินแดน 4.6 ตร.กม. ถูกกัมพูชายึดครองเบ็ดเสร็จ
แม้แต่ “กษิต ภิรมย์” มิตรร่วมสู้ในม็อบอาหารดี ดนตรีเพราะ ก็ยังโดนกระหน่ำแบบไม่ละเว้น
ดังนั้น ถ้าจะ “ปลดพัชรวาท” ก็จะบรรเทาเบาบางอารมณ์ที่ร้อนแรงของเพื่อนเก่าบ้านพระอาทิตย์ไม่ให้ลุกลามจนเกินจะควบคุม
ในมุมกลับกันแม้สถานการณ์จะเอื้ออำนวยให้นายกฯ ปิดเกมยื้อของ ผบ.ตร.ที่ชื่อ "พัชรวาท" ลงได้
แต่ก็อย่าลืมว่า “แบ็กอัพ” ของ ผบ.ตร.วัยใกล้เกษียณคนนี้ “ไม่ธรรมดา” อย่างยิ่ง
แม้กระทั่ง 2 ขุนพลข้างกายอย่าง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” กับ “นิพนธ์ พร้อมพันธุ์” ยังออกลีลา “แทงกั๊ก” ยอมเดินเกม “หักหน้า” นายกฯ มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
ตั้งแต่คราวที่มีการหา “ตอ” คดีลอบยิง สนธิ ลิ้มทองกุล ก็มี “เลขาฯ หน้าดำ” นี่แหละ ที่แอ่นอกการันตีว่า “ป๊อดไม่ใช่ตอ”
ส่วน "เลขาฯ นิพนธ์" จนถึงวันนี้ ก็ยังเขียนชื่อ “พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย” ยัดใส่มือ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” และสมัครพรรคพวกใน ก.ต.ช. โหวตโดยไม่สนใจว่านายกรัฐมนตรีของประเทศไทยจะเห็นด้วยหรือไม่
ไม่นับกำลังภายในจาก “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รมว.กลาโหม ที่กำลังอยู่ในอาการแค้นฝังในที่ "น้องในไส้" ถูกเล่นงานชนิดไม่ได้ผุดได้เกิด
แถมท้ายด้วยพลพรรค “ภูมิใจไทย” ที่ผนึกเหนียวแน่น ช่วยกันกอดเก้าอี้ของ “ป๊อด” ให้คงมั่นอยู่ที่ สตช.จวบจนเกษียณอายุราชการ
ดังนั้น ยิ่ง “ป.ป.ช.” โยนดาบอาญาสิทธิ์มาให้ “นายกฯ” ยิ่งบีบให้ความขัดแย้งระหว่าง “ประชาธิปัตย์" กับ “ภูมิใจไทย” รัดตึงขมึงเกลียวยิ่งขึ้น
"อภิสิทธิ์" จึงเสมือนกำลังเดินเข้าสู่เกมอำนาจที่ “ล่อแหลม” อย่างยิ่ง เพราะต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มอำนาจ 3 สี ทั้ง “น้ำเงิน” “สีเขียว” และ “สีกากี” ที่พร้อมจะสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
จะมีก็เพียง “เสื้อเหลือง” ที่พร้อมจะเคียงบ่าเคียงไหล่ แต่ก็พร้อมจะสลัดทิ้งถ้าจังหวะการเดินไม่คงที่
ถ้า "กัดฟัน" เดินหน้า ฝ่าดงแข้ง 3 สี หันหลังพิงพลังของประชาชน อาจจะบาดเจ็บเต็มตัว แต่ก็มีสิทธิได้รับการ "ซูฮก" ว่าเป็นผู้มี "วุฒิภาวะ" สมกับการเป็น "ผู้นำ"
แต่ถ้ายังกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าลุยไปข้างหน้า “ยุบสภา” ล้างไพ่ใหม่ ก็จะเป็นหนทาง “ปิดเกม” ตัวเองได้อย่างสวยงาม
...สถานการณ์ที่ท้าทายภาวะความเป็นผู้นำของ "อภิสิทธิ์" ได้เดินมาถึงอีกครั้งหนึ่งแล้ว !!!
เสถียร วิริยะพรรณพงศา



