ข่าว

การเมืองใหญ่ยังชักใยท้องถิ่นเน้นเซฟงบหนุน"ลูกทีม"แทนนายก

การเมืองใหญ่ยังชักใยท้องถิ่นเน้นเซฟงบหนุน"ลูกทีม"แทนนายก

09 ก.ย. 2552

การเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศเมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา จบลงไปตามคาด คือ มีเบาะแสการทุจริตอย่างมโหฬ่าร ทั้งการแจกเงิน แจกสิ่งของ โอนเงินผ่านบัตรเติมเงิน หรือกระทั่งการยิงว่าที่นายก อบต. เสียชีวิตที่ จ.กาญจนบุรี

แข่งกันแจกถึงขนาดที่ นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ถึงกับว้ากลั่นว่า แม้จะคาดว่าจะมีการทุจริตอยู่แล้ว แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า เกิดจาก กกต.จังหวัด ไม่ยอมลงพื้นที่ ทั้งที่การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญ

 ทั้งยังขู่คาดโทษด้วยว่า ถ้า กกต.จังหวัด คนใดมีข้อบกพร่อง ก็ต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนทันที !!!

 นายสุจินต์ ดาววีระกุล ผอ.กต.ลพบุรี กล่าวถึงปัญหาการทุจริตเลือกตั้งในพื้นที่ว่า สำหรับปัญหาการร้องเรียนทุจริตถือว่าค่อนข้างผิดคาด เพราะมีการร้องเรียนเข้ามาเพียงแค่ 2 เรื่องเท่านั้น คือ ขอให้นับคะแนนใหม่ และกรณีที่มีการสัญญาว่าจะให้

 แต่เรื่องของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และเรื่องอื่นๆ ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามา แต่ที่ผิดปกติอีกอย่าง คือ การเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุดทั้งในระดับชาติ และท้องถิ่น คือ มีผู้มาใช้สิทธิ์มากถึง 81 เปอร์เซ็นต์

 ผอ.กต.ลพบุรี ตั้งข้อสังเกตว่า การเงียบ หรือไม่มีการร้องเรียนในเรื่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอาจจะมาจากการปรับกลยุทธ์ในการทุจริตของผู้สมัครก็เป็นได้

 โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งที่แล้วมาทีมผู้สมัครทั้งนายก และสมาชิก อบต. หรือเทศบาลจะมีการจับกลุ่มแจกเงินด้วยกัน แต่ในครั้งนี้จะไม่มีการจับกลุ่มกันเหมือนที่ผ่านมาเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของเจ้าหน้าที่

 ดังนั้น จึงทำให้คู่แข่งไม่สามารถหาหลักฐานการกระทำผิดได้ จนอาจทำให้ไม่มีการร้องเรียนมากเหมือนทุกครั้ง

 สำหรับกลยุทธ์ของนักการเมืองระดับชาติที่สนับสนุนนักการเมืองท้องถิ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่เช่นกัน จากที่เคยให้การสนับสนุนในระดับหัว หรือระดับผู้นำระดับสูงอย่าง นายก อบต. ก็เปลี่ยนใหม่มาสนับสนุนระดับสมาชิกแทน

 ข้อดีของการหันไปหนุนระดับ "ลูกทีม" แทน เนื่องจากจะใช้เงินน้อยกว่าการเข้าไปทุ่มกับระดับหัว ซึ่งต้องใช้เงินหาเสียงไม่ต่ำกว่าหลักล้าน แต่ถ้าเป็นระดับสมาชิกจะใช้เงินเพียงแค่เขตละ 2-3 แสนบาทเท่านั้น

 ขณะที่ นายเดช (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ชาวบ้านใน จ.นครปฐม เผยว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีการซื้อเสียงหลายพื้นที่ โดยมีการแจกเงินหัวละ  500-1,000 บาทโดยผู้สมัครจะใช้หัวคะแนนถือเงินไปแจกให้แก่ชาวบ้านในช่วงเวลากลางคืน ก่อนวันเลือกตั้ง

 บางพื้นที่หากพบว่าคู่แข่งแจกเงินในอัตราที่เท่ากันก็จะมีการ "แจกรอบสอง" เพื่อเกทับกลับในช่วงกลางดึกก่อนวันเลือกตั้ง และช่วงเช้าของวันเลือกตั้ง

 ชาวบ้านรายนี้ บอกว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มักจะรับเงินจากทั้ง 2 ฝ่าย และนำมาตกลงกันในบ้านว่าจะลงคะแนนให้ฝ่ายไหน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะลงคะแนนให้ทั้งสองฝ่าย เช่น ถ้าสมาชิกในบ้านมี 6 คนก็จะแบ่งให้ไปลงคะแนนฝ่ายละ 3 เสียง เป็นต้น

 หรือในบางกรณี ถ้าฝ่ายไหนจ่ายเงินให้มากกว่าก็จะเทคะแนนให้แก่ผู้สมัครรายนั้นทั้งหมด

 เขาบอกว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ผู้สมัครที่ใช้เงินซื้อเสียงมักจะได้คะแนนที่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ซื้อเสียง ส่วนผู้สมัครบางคนที่ใช้เงินแต่ไม่ชนะการเลือกตั้งก็มีเช่นกัน ซึ่งคงเป็นเพราะไม่ได้รับความนิยม หรือเชื่อถือจากชาวบ้านจริงๆ

 ด้าน นางพิมพ์ใจ สุนทรประเสริฐ ผอ.โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง 5 อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เสนอแนะแนวทางแก้กลโกงเลือกตั้งว่า การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่เข้าไปเกี่ยวโยงกับการเลือกตั้งทุกระดับจะต้องเริ่มแก้ไขหรือปูพื้นฐานตั้งแต่เป็นเด็กหรือเยาวชน

 โดยจะต้องมีการเน้นการปลูกจิตสำนึก ปลูกฝังแนวความคิดในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อให้ต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งหากเยาวชนเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในภายภาคหน้า เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตเลือกตั้งได้ในระดับหนึ่ง

 อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ แสดงให้เห็นว่า ประชาชนเริ่มมีความตื่นตัว และเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยมากขึ้น


ศูนย์ข่าวภาคกลาง