ข่าว

ลูกผู้ชายไม่ตายเปล่า

ลูกผู้ชายไม่ตายเปล่า

09 ก.ย. 2552

ถ้าท่านเป็นคนที่สนใจการเขียนหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นบทกวี นวนิยาย เรื่องสั้น สารคดีความเรียง เรื่องแปล หรือบทความก็ตาม มีหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการเขียนที่ดีมากอีกเล่มหนึ่งซึ่งท่านควรจะมีไว้ใกล้ตัว หนังสือเล่มนี้มีชื่อสั้นๆ ว่า “เขียน” แต่กลับมีความหนา

 อาจารย์พิมานเล่าไว้ในท้ายเล่มของหนังสือ “เขียน” ว่า “...ผมเกิดที่นี่ ปักษ์ใต้ ดินแดนแห่งตัวตลกหนังตะลุง ชื่อแก้ว เท่ง และทอง เมื่อผมพูดภาษาข้าหลวง พวกเขาหัวเราะ ประชดว่า ผมพูด "ทองแดง”...ปีที่ผมเกิด ค.ศ.1934 ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง “คืนหนึ่งยังจำได้” (It Happened One Night) นำแสดงโดย คล้าก เกเบิ้ล กับคลอเดดต์ คอลเบิร์ต ได้รับรางวัลออสการ์ในฐานะภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เป็นปีที่ อกาธา คริสตี้ แต่งเรื่อง “ฆาตกรรมบนรถด่วนสายตะวันออก” (Murder on the Orient Express)…”

 เขาเป็นศิษย์ อาจารย์เปลื้อง ณ นคร ปรมาจารย์ทางภาษาไทยและการประพันธ์ และเคยทำงานที่นิตยสารฉบับหนึ่งกับอาจารย์เปลื้อง หลังสำเร็จการศึกษาปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ได้ตัดสินใจเดินทางไปสหรัฐ โดยมีเงินติดกระเป๋าเพียง 25 ดอลลาร์ และใช้ชีวิตในอเมริกา เป็นเวลา 12 ปี ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

 ดังนั้น จึงไม่น่าประหลาดใจที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงสิ่งที่ชื่นชอบ 6 อย่าง ซึ่งได้แก่ 1.ท่องเที่ยว 2.ภาพยนตร์ 3.ดนตรี 4.เพื่อนชาย 5.เพื่อนหญิง 6.หนังสือ และอีกสิ่งที่เขาขอเพิ่มขึ้น คือ "เวลาว่าง"

 อาจารย์พิมาน แจ่มจรัส ใช้ชื่อจริงในการเขียนเชิงวิชาการ สารคดี ประวัติบุคคล และเรื่องในประวัติศาสตร์ และนามปากกาว่า “แคน สังคีต” ในการแปล ซึ่งผลงานชิ้นสำคัญของ “พิมาน แจ่มจรัส” มี อาทิ “ชีวิต มันสมอง และการต่อสู้ ของพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ” “หมอฝรั่งในวังสยาม” “49 ราชินีไทย” “นเรศวรเป็นเจ้า” ฯลฯ ส่วนผลงานแปลในนามปากกา “แคน สังคีต” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ “รุไบยาต” ของโอมาร์ คัยยาม “ฟ้าสาง ดาวสูญ” “โคตรไคโร” “กลางฝูงหมา” ของ นากิ๊บ มาห์ฟูซ์ นักเขียนรางวัลโนเบลชาวอียิปต์

 อาจารย์พิมาน เป็นผู้ที่รอบรู้ในเรื่องต่างๆ แต่สุภาพและให้เกียรติผู้อื่น แม้แต่คนที่เป็นเด็กกว่า ผมพบกับเขาครั้งสุดท้ายในงานสังสรรค์ของนิตยสาร “ขวัญเรือน” ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนรัชดาภิเษก เมื่อสัก 6-7 ปีก่อน ผมกับเขาและ พี่เศก ดุสิต นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน ตอนหนึ่งของการสนทนา เขาเล่าให้ผมฟังว่าเพื่อนของเขาคนหนึ่งคือ คุณสุเชาว์ พงษ์วิไล นักแสดงผู้มีชื่อเสียง ชอบนวนิยายเรื่อง “เวลาในขวดแก้ว” ของผมมาก และเคยแนะนำให้เขาอ่าน แต่เขาแนะนำ คุณสุเชาว์ กลับไปว่าควรจะอ่านเรื่อง “ชี้ค” ของผมด้วย

 ท้ายการสนทนาในวันนั้น อาจารย์พิมาน ให้เกียรติผมเป็นอย่างมากด้วยการขอให้ไปบรรยายพิเศษเรื่องการเขียนนวนิยายของผมในชั่วโมงการสอนของเขาที่มหาวิทยาลัยเกริก ซึ่งผมก็รับคำด้วยความเต็มใจ ก่อนถึงวันนัดเขาก็โทรมาเตือนอีกครั้งรวมทั้งแนะนำเส้นทางที่จะไปมหาวิทยาลัยอย่างละเอียดลออ แต่เมื่อถึงวันนั้นเข้าจริงๆ เขาฝากบอกมากับอาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่มาต้อนรับผมว่า เขาขอโทษที่มาไม่ได้และขอให้ผมโซโล่ไปได้เลย

 เมื่อผมกลับจากประจำการที่ประเทศชิลีเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้ทราบข่าวว่าเขาไม่สบายมาก ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมเขาแต่ก็มีเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้ามาตลอดเวลา จนกระทั่งวันที่ 10 กรกฎาคม 2552 อาจารย์พิมานในวัย 75 ปี ก็จากไปด้วยโรคมะเร็งในตับ

 อย่างไรก็ตาม เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ผมได้รับหนังสือ “ลูกผู้ชายไม่ตายเปล่า” จาก คุณขจรฤทธิ์ รักษา เจ้าของรางวัลศิลปาธร (สาขาวรรณศิลป์) ปี 2551 ซึ่งเป็นหนังสือที่ คุณขจรฤทธิ์ เขียนถึงวันเวลาในช่วงปลายชีวิตของ อาจารย์พิมาน แจ่มจรัส อย่างถี่ถ้วน แจ่มชัด มีชีวิตชีวา รวมทั้งความรู้สึกขัดแย้งในบางเรื่องของผู้เขียนในฐานะปุถุชนซึ่งมีต่อคนแก่ที่อยู่ในสภาพเจ็บป่วย อย่างได้ทั้งบรรยากาศและอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง

 และหนังสือ “ลูกผู้ชายไม่ตายเปล่า” ทำให้ผมรู้สึกว่าลูกผู้ชายอย่างอาจารย์พิมานนั้น ไม่ได้ตายเปล่าจริงๆ ครับ