
“ทนายชัยภูมิ ป่าแส” แฉ ตร.ไม่ใส่วงจรปิดในสำนวนฯ
“ทนายชัยภูมิ ป่าแส”แฉตำรวจไม่นำวงจรปิดใส่สำนวนฟ้องอัยการ ชี้วงจรปิดตอบข้อสงสัยได้ ขณะที่ตำรวจเผยไม่กล้าเปิดวงจรปิด หลัง“ทหาร”ส่งทั้งฮาร์ดดิสก ์อ้างกลัวผิดพลาด
15 พ.ค.60 - นายสุมิตรชัย หัตถสาร หัวหน้าทีมทนายความนายชัยภูมิ ป่าแส กล่าวว่า ในวันที่ 18 พ.ค. ทางทีมทนายจะไปยื่นหนังสือ ให้อัยการจังหวัดเชียงใหม่ให้รายละเอียดจากกล้องวงจรปิด ที่ทางทหารส่งให้ตำรวจ รวมเข้าไปในสำนวนที่จะส่งฟ้องต่อศาลด้วย หลังจากทราบว่าทางตำรวจได้ยื่นสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการเมื่อต้นเดือน พฤกษาคมที่ผ่านมา โดยไม่มีการนำหลักฐานและข้อเท็จจริง ในกล้องวงจรปิดรวมอยู่ในสำนวนด้วย
ทนายสุมิตรชัย กล่าวว่า หลักฐานจากกล้องวงจรปิด จะตอบข้อสงสัยได้ สองประเด็นคือ ประเด็นที่ ทหารกล่าวหาว่าน้องขัดขืนการตรวจค้นและจับอาวุธสู้ ในขณะที่ข้อมูลอีกฝ่ายหนึ่ง คือน้องให้ความร่วมมือในการตรวจค้น และ มีชาวบ้านเห็นว่า น้องโดนซ้อม ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดจะเคลียร์ข้อเท็จจริงตรงนี้ ส่วนบริเวณที่น้องถูกยิง ตรงจุดนั้น กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพไปถึง เพียงแต่เรามีพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุกาณณ์เท่านั้น
"ถามว่ามีความกังวลต่อคดีไหม ทางเรากังวลตั้งแต่ทหารระดับผู้บังคับบัญชามาพูดให้สัมภาษณ์แล้ว แต่ก็ทำหน้าที่ในการหาข้อมูล หาพยานหลักฐาน เพื่อต่อสู้ในชั้นศาล และตอนนี้ก็มีข้อมูลมากพอสมควร " เขากล่าว
โดยเมื่อวานนี้ วันที่ 13 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รองผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงคดีวิสามัญนายชัยภูมิ ป่าแส นักเคลื่อนไหวชาติพันธุ์ ชาวลาหู่ จนเสียชีวิต ขณะตรวจค้นยาเสพติดที่ อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ว่า คดีของนายชัยภูมิ มีทั้งหมด 4 คดี 4 สำนวนคือ 1.สอบสวนการเสียชีวิต 2.คดีที่นายชัยภูมิกับเพื่อนถูกกล่าวหาว่ามียาเสพติด และมีเครื่องกระสุนวัตถุระเบิด 3.คดีที่ถูกกล่าวหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และ 4.คดีที่เจ้าพนักงานใช้อาวุธปืนยิงชัยภูมิจนเสียชีวิต ส่งอัยการแล้ว 1 สำนวนคือสอบสวนการตาย ส่วนเรื่องยาเสพติด ไม่เกิน 2 สัปดาห์จึงออกสำนวนได้ เพราะเพื่อนนายชัยภูมิถูกฝากขังอยู่ แต่คดีที่ถูกกล่าวหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ได้สิ้นสุดเพราะนายชัยภูมิเสียชีวิตแล้ว
พ.ต.อ. มงคล กล่าวอีกว่า สำหรับวงจรปิดนั้นทหารได้ส่งให้พนักงานสอบสวนแล้ว โดยเอามาให้ทั้งฮาร์ดดิสก์ ตำรวจไม่กล้าเปิดดู กลัวจะเกิดการผิดพลาด จึงใช้สก็อตเทปพันและเซ็นต์ชื่อกำกับ ส่งต่อไปยังกองพิสูจน์หลักฐานดำเนินการตรวจสอบก่อน หากทหารนำแผ่นซีดีมาให้ เราสามารถเปิดดูได้ทันที แต่ส่งมาทั้งฮาร์ดดิสก์ หากเปิดแล้วไม่มีภาพหรือขัดข้อง ตำรวจเดือดร้อนแน่ จึงต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบให้แน่นอนว่าภาพนั้นมีการตัดต่อหรือไม่
นายสุมิตรชัย กล่าวต่อประเด็นนี้ ว่า ประเด็นนี้ถือว่าทางตำรวจรอบคอบ และการให้กองพิสูจน์หลักฐานซึ่งมีความเชี่ยวชาญทำ เมื่อผลออกมาอย่างไร ก็จะมีบันทึกและรับรองจากกองพิสูจน์หลักฐาน
ทั้งนี้นายสุมิตรชัย กล่าวว่า ในวันที่ 17 พ.ค. จะมีการจัดงานรำลึก ครบรอบ การจากไปของนายชัยภูมิ ครบรอบ 2 เดือน ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่



