ข่าว

กองสลากเล็งใช้ยาแรงแก้ขายลอตเตอรี่แพง

กองสลากเล็งใช้ยาแรงแก้ขายลอตเตอรี่แพง

08 ก.ย. 2552

กองสลากเล็งใช้ยาแรง ตรวจเจอลอตเตอรี่ขายแพงแค่ใบเดียว ยึดโควตาคืนทั้งลอต เตือนผู้ว่าฯ หมดสิทธิ์เป็นเสือนอนกิน ขู่หากลองดียึดโควตายกจังหวัด เล็งขายผ่าน ปณท ราคาฉบับละ 80 บาทแทน

 เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายศรีราชา เจริญพานิช เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะกรรมการคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาว่า คณะอนุกรรมการจะเสนอมาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคาให้คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลพิจารณาในวันที่ 14 กันยายนนี้ โดยจะใช้วิธีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น คือ เมื่อมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาว่ามีการขายลอตเตอรี่แพง ก็จะใช้ลอตเตอรี่ฉบับนั้นตรวจสอบย้อนกลับไปว่าเป็นลอตเตอรี่ที่อยู่ในโควตาของใคร เพื่อดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดตัดสิทธิ์โควตาทั้งลอตนั้นทันที ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นยาแรงที่จะนำมาแก้ปัญหาลอตเตอรี่ราคาแพง คาดว่าอย่างช้าที่สุดจะเริ่มดำเนินการได้งวดวันที่ 30 ธันวาคม หรือ 16 มกราคม 2553 เป็นต้นไป

 สำหรับโควตาที่ยึดคืนมานั้นจะนำไปจัดสรรให้แก่ผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้ หรือจัดสรรให้แก่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เพื่อให้ ปณท เปิดขายที่ที่ทำการ ปณท ทุกแห่งทั่วประเทศในราคาใบละ 80 บาทได้ทันที หรืออาจจะจัดสรรให้ร้านค้าโชห่วยที่ประสบปัญหาจากการมีห้างสรรพสินค้าต่างชาติเข้ามาแย่งทำธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งในรายละเอียดดังกล่าวนี้จะต้องเสนอให้คณะกรรมการสลากฯ พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

 ขณะเดียวกัน มีแนวคิดที่จะให้สำนักงานสลากฯ ไปเจรจากับธนาคารออมสิน เพื่อเปิดช่องทางให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อยรวมตัวกันมากู้เงินจากธนาคารออมสินแล้วนำไปซื้อลอตเตอรี่มาขายได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ค้ารายย่อยที่ต้องการประกอบอาชีพแต่ไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอ และเพื่อให้รายย่อยเหล่านี้ไม่ต้องไปซื้อลอตเตอรี่ต่อจากบรรดายี่ปั๊ว ซาปั๊วในราคาแพงจนเกินไป เชื่อว่าหากดำเนินการได้ จะทำให้ปัญหาลอตเตอรี่ราคาแพงลดลงได้ทันที

 “เมื่อกองสลากจัดสรรโควตาส่งไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละแห่งดำเนินการต่อแล้ว ผู้ว่าฯ จังหวัดนั้นๆ มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลให้ผู้ที่ได้รับโควตาต่อไปขายในราคาที่กำหนดไว้ ไม่มีรายไหนมีสิทธิ์ที่จะมาอ้างว่าขายไปตามราคาที่กำหนดแล้ว แต่ผู้ที่รับต่อนำไปขายแพงเอง สำนักงานสลากฯ จะไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อระเบียบนี้เริ่มใช้ และตรวจพบว่าจุดไหนที่ขายแพง จะแจ้งไปยังผู้ว่าฯ จังหวัดนั้นและให้โอกาสไปดูแลแก้ไขเพียงงวดเดียวเท่านั้น หากยังพบอีกจะตัดสิทธิ์ทั้งจังหวัด โดยยืนยันว่าต่อจากนี้ไปผู้ว่าฯ ไม่ใช่เสือนอนกินอีกต่อไป” นายศรีราชา กล่าว

 นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ต้องการให้สำนักงานสลากฯ เร่งดำเนินมาตรการดังกล่าวให้เร็วขึ้น  โดยอยากให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ไม่ต้องรอให้ถึงงวดสิ้นปี คาดว่าคณะกรรมการสลากฯ จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วอาจให้เริ่มดำเนินการได้บางส่วน อาทิ การปราบปรามที่เข้มงวด และวิธีการตรวจสอบย้อนกลับว่าสลากที่ขายเกินราคานั้นเป็นโควตาของใคร ซึ่งคาดว่าสำนักงานสลากฯ จะใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 1-2 วันก็จะทราบทันที ดังนั้นผู้ขายรายใดต้องการที่จะลองดีก็ลองดูได้

 ส่วนการพิมพ์สลากการกุศลเพิ่มอีก 4 ล้านฉบับนั้น ได้อนุมัติไปตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาแล้ว แต่คณะกรรมการยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า หากเพิ่มจำนวนแล้วยังขายเกินราคาอยู่อีก อาจเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้สำนักงานสลากฯ ไปดูทั้งกระบวนการ คือตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ค้า คนกลาง และรายย่อย เพื่อจัดสรรโควตาอย่างเท่าเทียมกันและยุติธรรม ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยขณะนี้ในส่วนของ 4 ล้านฉบับดังกล่าวนั้นติดปัญหาการจัดสรรโควตาให้แก่องค์กรการกุศลต่างๆ ซึ่งได้เร่งรัดไปแล้ว คาดว่าเร็วๆ นี้จะเริ่มพิมพ์สลากเพิ่มได้แล้ว ขณะเดียวกันได้เร่งรัดให้เพิ่มมาตรการปราบปรามการขายลอตเตอรี่แพงอย่างเข้มงวดมากขึ้นแล้ว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินการ

 นายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้แก้ไขมติครม.วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 (เรื่องการออกสลากบำรุงการกุศลงวดพิเศษเพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อเด็กกำพร้าในความดูแลของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย) โดยมอบให้สำนักงานสลากฯ เป็นผู้ดำเนินการออกสลากบำรุงการกุศลงวดพิเศษเพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อเด็กกำพร้า ในความดูแลของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย เป็นจำนวน 15 งวด งวดละ 4 ล้านฉบับ รวมเป็นเงิน 600 ล้านบาท
 
//