ข่าว

2หนูน้อยถูกทิ้งติดต่อพ่อแม่ได้แล้วรักษาตัวอยู่รพ.พิจิตร

2หนูน้อยถูกทิ้งติดต่อพ่อแม่ได้แล้วรักษาตัวอยู่รพ.พิจิตร

08 ก.ย. 2552

เผยไม่คิดทิ้งลูก ผัวป่วยหนักพาไปหาหมอ พ้อชีวิตลำเค็ญไม่มีโทรศัพท์แจ้งข่าว-ไม่มีค่ารถไปหา รมว.พม.ยกลูกกตัญญู รับปากช่วยเต็มที่ ยันส่งเรียนจบปริญญาตรี

เรื่องราวแสนรันทดของ ด.ญ.อ้อย (นามสมมติ) อายุ 12 ปี และ ด.ญ.ตาล (นามสมมุติ) อายุ 2 ขวบ สองพี่น้อง ซึ่งถูกพ่อแม่ที่ป่วยเป็นวัณโรคทอดทิ้งไว้ในบ้านเช่าในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา นานถึง 4 วัน โดยหนูน้อยทั้งสองอาศัยข้าวก้นบาตรประทังชีวิต กระทั่งพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าช่วยเหลือและพามาอาศัยอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กันยายน น.ส.ละอองดาว เตือนผล นักสังคมสงเคราะห์ (ปฏิบัติงานจิตวิทยา) กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า เด็กมีท่าทางสดชื่นคลายความกังวลมากขึ้นและไม่ร้องไห้อีกแล้ว ยกเว้นบางครั้ง ด.ญ.อ้อย มีอาการซึมเศร้าบ้าง

 "เจ้าหน้าที่พยายามปลอบโยน พร้อมอธิบายว่าพ่อแม่ไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา เมื่อเช้า ด.ญ.อ้อย ตื่นนอนขึ้นมาช่วยเก็บกวาดห้องพักและบริเวณบ้านพัก โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกกล่าว นับว่าเด็กคนนี้มีความรับผิดชอบสูง ไม่ได้นิ่งดูดาย" น.ส.ละอองดาวกล่าว

 นักสังคมสงเคราะห์ กล่าวอีกว่า สามารถติดต่อกับนางอุ่นเรือน สุขเกษม แม่ของเด็กได้แล้ว โดยนางอุ่นเรือนบอกว่าไม่ได้เจตนาทิ้งลูกแต่สามีไม่สบายมากจึงบอกกับลูกว่า จะพาพ่อไปหาหมอ ให้ลูกอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าไปก่อน แล้วจะรีบกลับมา จากนั้นนางอุ่นเรือน และนายสมเกียรติ แซ่เล้า สามี และด.ญ.ทัดดาว อายุ 12 ปี ลูกติดกับนางอุ่นเรือน ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลโพทะเล อ.โพทะเล จ.พิจิตร เนื่องจากนายสมเกียรติเคยรักษาตัวอยู่ แต่อาการทรุดหนักทางโรงพยาบาลจึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพิจิตร ขณะนี้นายสมเกียรติต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เบื้องต้นทราบว่ามีอาการติดเชื้อที่ปอดและมีไข้ขึ้นสูง

 "เรายินดีที่จะดูแลเด็กๆ ต่อไปจนกว่าทางครอบครัวสะดวก และมีความพร้อมที่จะดูแล และในวันนี้ (8 ก.ย.) ได้ประสานให้เด็กได้โทรศัพท์ติดต่อกับแม่แล้ว โดยประโยคแรก ด.ญ.อ้อย บอกแม่ว่า หนูรักพ่อรักแม่ พ่อเป็นอย่างไรบ้างอาการหนักไหม หนูและน้องคิดถึงพ่อแม่มาก อยากพบพ่อแม่เร็วๆ" น.ส.ละอองดาวกล่าว

 หลังคุยโทรศัพท์กับแม่นานหลายนาที ด.ญ.อ้อย เปิดเผยความรู้สึกว่า สบายใจขึ้น เมื่อรู้ว่าพ่ออาการดีขึ้น ส่วนแม่ก็ยืนยันว่า พ่อแม่ไม่คิดทิ้งเธอกับน้องทำให้มีกำลังใจมากขึ้น อยู่ที่บ้านพักเด็กดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ความช่วยเหลืออย่างดี

 "ตอนนี้หนูอยากเจอหน้าพ่อแม่มากที่สุด และขอบคุณกาชาดจังหวัด เจ้าหน้าที่ทุกคนและสื่อมวลชนที่ได้ช่วยเหลือเป็นอย่างดี" ด.ญ.อ้อยกล่าว

 ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.00 น. นางวาสินี ผิวผ่อง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะนำของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า และเงิน 1,000 บาท มอบให้สองพี่น้อง

 ต่อมา นางต๋อย แซ่เล้า อายุ 46 ปี ป้าของเด็กทั้งสองคน เดินทางมาจาก จ.ปทุมธานี มาขอพบหลาน และรับปากจะดูแลหลานเอง พร้อมทั้งส่งเสียให้เรียนหนังสือ
 นางโสภาพรรณ ทุมโฆษิต รักษาการหัวหน้าบ้านพักเด็กฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ใจบุญกว่า 20 ราย ติดต่อที่จะให้ความช่วยเหลือแก่เด็กทั้งสอง โดยจะประสานกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิจิตร ติดต่อกับแม่เด็กเพื่อเปิดบัญชีรับเงินบริจาคต่อไป

 ด้าน นางอุ่นเรือน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ จ.พิจิตร ว่า สามีป่วยหนักได้พากันขี่รถจักรยานยนต์มาหาหมอโรงพยาบาลโพทะเล แต่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพิจิตร โดยนอนห้องไอซียู 2 วัน แต่หลังจากอาการดีขึ้นได้ย้ายออกมานอนที่ตึกรวมอายุรกรรมชาย 2 แล้ว ขณะนี้สามีมีอาการติดเชื้อที่ปอดหายใจไม่สะดวก มีไข้ แม้อาการเริ่มดีขึ้นแล้วแต่ยังไม่ปลอดภัย

 "ที่ไม่ได้ติดต่อลูก เพราะครั้งแรกคิดว่าจะมาเพียงวันเดียว แต่สามีอาการหนัก จึงไม่สามารถติดต่อลูกได้ เพราะไม่มีโทรศัพท์ ตอนนี้คิดถึงลูกมาก อยากไปหาลูกแต่ไม่มีเงิน และยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาเลี้ยงลูก เพราะก่อนหน้านี้สามีมีอาชีพขับรถแท็กซี่ แต่ตอนนี้ขับไม่ได้แล้ว" นางอุ่นเรือนกล่าว

 วันเดียวกัน นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา เดินทางไปเยี่ยมสองหนูน้อยพร้อมให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้น เป็นเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้คนละ 2,000 บาท และให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิจิตรไปดูแลให้ความช่วยเหลือเรื่องการรักษาตัวของพ่อแม่เด็ก และจัดรถตู้ไปส่งที่โรงพยาบาลใน  จ.พิจิตร เพื่อให้ได้พบกับพ่อแม่

 นายอิสสระ กล่าวว่า กระทรวงมีแผนการช่วยเหลือ ด.ญ.อ้อย และด.ญ.ตาล ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ถ้าครอบครัวไม่มีบ้านพักจะให้เด็กพักที่สถานสงเคราะห์รับเลี้ยงเด็ก พร้อมทั้งส่งเสียให้เรียนถึงระดับปริญญาตรี ซึ่งในเบื้องต้นทางกระทรวงศึกษาธิการมีโรงเรียนประจำที่จะให้เด็กไปเรียนที่ จ.ชัยนาท เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับครอบครัวของเด็กและตัวเด็กด้วย

 "ผมคุยกับ ด.ญ.อ้อย ซึ่งเคยเรียนชั้น ป.5 ที่โรงเรียนใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่ต้องลาออกเพราะพ่อแม่ไม่มีเงิน เลยอยู่บ้านเลี้ยงน้อง เด็กคนนี้เป็นเด็กยอดกตัญญู เพราะช่วงที่อยู่กับพ่อแม่ที่บ้านเช่าใน อ.วังน้อย ได้ช่วยหาอาหารและต้มยาให้พ่อแม่กินอยู่ตลอด เราจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป" นายอิสสระกล่าว

 ขณะที่ นายธีระ จันทรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) สั่งการให้เร่งช่วยเหลือเด็กทั้งสอง เบื้องต้นเตรียมรับตัว ด.ญ.อ้อย เข้าเรียนชั้นระดับประถมศึกษา ที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ชัยนาท อย่างไรก็ตาม ตามระเบียบจะต้องให้พ่อแม่ของเด็กอนุญาตก่อนจึงจะเข้าเรียนได้

 "หากพ่อแม่ ด.ญ.อ้อย อนุญาตจะให้เข้าเรียนที่ชัยนาททันที หรือเด็กจะเลือกเรียนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในจังหวัดอื่นๆ ก็ได้ แต่ที่ใกล้บ้านเด็กก็มีที่ จ.ชัยนาท ลพบุรี และพิษณุโลก ส่วน ด.ญ.ตาล อายุ 2 ขวบ นั้นจะประสานให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดูแลไปก่อน เพราะอายุยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าเรียน เมื่ออายุครบก็เข้าเรียนในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ได้เช่นเดียวกัน" นายธีระกล่าว