ข่าว

ญาติเศร้า! รับศพสาวเหยื่อเสาไฟล้มทับ

ญาติเศร้า! รับศพสาวเหยื่อเสาไฟล้มทับ

14 พ.ค. 2560

ญาติเศร้า-แม่ทำใจไม่ได้รับศพสาวเหยื่อเสาไฟล้มทับ ตร.ตั้งคณะทำคดีเช็กรายละเอียดหาคนรับผิด พบรากแก้วต้นไม้เน่าทำให้โค่น

 



               จากกรณีเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในพื้นที่ อาคารอัลม่าลิ้งค์ (Alma Link Building ) ถนนชิดลม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ล้มทับสายสื่อสารและเหนี่ยวรั้งดึงเสาหักเสียหาย จำนวน 7 ต้น ทำให้เสาสายสื่อสารล้ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงทรัพย์สินของได้รับความเสียหาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา
               เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครอบครัวของ น.ส.ณัชชาพัชร์ สมเจษ อายุ 25 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุเสาโทรคมนาคมล้มทับดังกล่าว ได้เดินทางมารอรับศพของ น.ส.ณัชชาพัชร์ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งทางมารดาของผู้เสียชีวิตคงยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกสาวไป และได้เรียกหา น.ส.ณัชชาพัชร์ ผู้เป็นลูกสาวอยู่ตลอดเวลา ทางญาติต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ทางมารดาและญาติได้ไปเชิญดวงวิญญาณของ น.ส.ณัชชาพัชร์ ที่จุดเกิดเหตุก่อนจะมารับร่างของ น.ส.ณัชชาพัชร์ ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. นอกจากนี้ได้มีตัวแทนของการไฟฟ้านครหลวงนำพวงหรีดมามอบให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งในเย็นวันนี้ (14 พ.ค.) ทางการไฟฟ้านครหลวงจะไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรม และมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกด้วย
               สำหรับความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.ลุมพินี เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลใด เพราะต้องตรวจสอบในรายละเอียดหลายๆ ด้าน เนื่องจากการตรวจสอบต้นไม้พบว่า รากแก้วของต้นไม้มีการเน่าเปื่อย และผุจากการแช่น้ำ จึงเป็นสาเหตุทำให้รากแก้วขาด จนเป็นเหตุให้ต้นไม้ใหญ่ล้มทับสายสื่อสาร แล้วฉุดเอาเสาสายสื่อสารล้มลงมาทับร่างผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งการทำงานของตำรวจขณะนี้ต้องตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อความชัดเจน โดยทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. มีคำสั่งให้คณะทำงานในคดีนี้ตรวจสอบในรายละเอียดด้วยว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้จะมีผู้ใดเข้าข่ายกระทำการโดยประมาทหรือไม่ เช่น ตรวจสอบว่าการติดตั้งเสาสายสื่อสารหรือไฟฟ้ามีระยะห่างจากต้นไม้ใหญ่ตามที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงการดูแลต้นไม้ของผู้ที่ปลูกมีการดูแลดีหรือไม่ เพื่อเป็นบรรทัดฐานหากเกิดเหตุการณ์คล้ายลักษณะนี้อีก โดยในคำสั่งยังให้ พ.ต.อ.สุชาติ คล้ายจันทร์พงษ์ รอง ผบก.น.5 ลงมาควบคุมดูแล แต่ทราบว่าขณะนี้ทางเจ้าของอาคารอัลม่าลิงค์ ที่เป็นเจ้าของและผู้ดูต้นไม้ดังกล่าว ได้เข้าช่วยเหลือกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว
               ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ น.ส.ณัชชาพัชร์ กำลังเดินทางไปทำงานที่ร้านเบเกอรี่ ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอมบาซซี่ ซึ่งใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ โดยหลังจากเกิดเหตุทางครอบครัวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้คิดโทษว่าเป็นความผิดของใคร ซึ่งส่วนนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบว่า มีผู้ใดกระทำผิดหรือต้องรับโทษหรือไม่ แต่ในส่วนของการช่วยเหลือทางครอบครัวได้รับการช่วยเหลือจากทางเจ้าของอาคารอัลม่าลิงค์ ตรงจุดเกิดเหตุ ที่เป็นเจ้าของต้นไม้ดังกล่าวแล้ว ในเรื่องของการจัดการศพเบื้องต้น ส่วนทางการไฟฟ้าทางครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อช่วยเหลือ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป
               ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้เข้าตรวจสอบต้นไม้ที่ล้มพบว่า เป็นต้นลุง ซึ่งเป็นสายพันธุ์หนึ่งของต้นไทร มีความสูง 4 เมตร โดยเมื่อตรวจสอบพบว่า รากแก้วที่ใช้ยึดลำต้นตายทั้งรากไปจนถึงโคนต้น โดยรากแขนงมีขนาดเพียง 2-4 เซนติเมตร มีความลึกจากพื้นดินอยู่ที่ 50-60 เซนติเมตร เท่านั้น โดยต้นมียอดเอนไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศเดียวกับการล้มของต้นไม้ สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุดังกล่าวพบว่า ดินมีลักษณะเหนียวปนทรายจึงอุ้มน้ำไว้เยอะ เมื่อเกิดฝนตกติดต่อกันหลายวัน จึงมีความชื้นสูงมาก โดยมีระดับน้ำขังที่ความลึก 40 เซนติเมตรจากผิวดิน ส่งผลให้การยึดตัวของรากไม่แข็งแรง จากลักษณะดังกล่าวจึงส่งผลให้รากขยายไม่ออก เมื่อลำต้นโยกและเกิดฝนตกทำให้รากรับน้ำหนักไม่ไหวจึงโค่นล้มลงมา
               รายงานข่าวยังพบอีกว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถคำนวณอายุต้นไม้ได้ เพราะไม่พบวงอายุของลำต้น ทราบเพียงว่าปลูกมาพร้อมอาคารอัลม่าลิงค์เมื่อ 20 ปีที่แล้ว หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกทั้งเจ้าหน้าที่ กฟน. และเจ้าของตึกให้ปากคำแล้ว ซึ่งเจ้าของอาคารก็ดำเนินการเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตแล้ว ในส่วนของตำรวจนั้น เบื้องต้นจะใช้เวลา 15 วัน เพื่อสรุปผลทั้งหมดในทางอาญาว่า จะสั่งฟ้องได้หรือไม่ หากมีคำสั่งฟ้อง ก็จะแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย แต่ถ้าพบว่าเป็นเหตุสุดวิสัยก็จะไม่สั่งฟ้อง อย่างไรก็ตามทางผู้เสียหายในคดีนี้ทั้งหมดสามารถฟ้องแพ่งกับทางเจ้าของต้นไม้ได้เลย

 

อ่าน จ่อเอาผิดเจ้าของตึกเสาไฟล้มทับ จยย.-เยียวยา 2 หมื่น