
วันหยุดสุดสัปดาห์ ฝ่าสายฝนเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น
แม้บางช่วงจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด หลายคนตั้งใจมาให้ครบตามจำนวนที่หวัง ขณะที่จำนวนไม่น้อยเดินทางมาเป็นครั้งแรก
วันที่ 13 พฤษภาคม บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพในวันหยุดสุดสัปดาห์ พสกนิกรทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมากันอย่างเนืองแน่น แม้บางช่วงจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด หลายคนตั้งใจมาให้ครบตามจำนวนที่หวัง ขณะที่จำนวนไม่น้อยเดินทางมาเป็นครั้งแรก
นายวิมล โพธิ์เหมือน อายุ 54 ปี เกษตรกร อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เดินทางมาพร้อมกับภรรยาและลูกสาว นางภักดี โพธิ์เหมือน ข้าราชการครู และ น.ส.ทักษพร โพธิ์เหมือน ที่มากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก กล่าวว่า เดินทางออกมาจากบ้านที่ จ.สิงห์บุรี ตั้งแต่ตี4 มาถึงสนามหลวงช่วง 6 โมงเช้า ใช้เวลารอนานพอสมควร เพราะคนเยอะ และมีฝนตก แต่ก็ยังรอเพื่อได้มีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ด้วยความรักและปลาบปลื้มในพระองค์ท่าน ท่านทรงเป็นกษัตรย์เพียงหนึ่งเดียวในโลกไม่มีใครเหมือน เรามีพระองค์เป็นเหมือนแบบอย่าง ในชีวิตแม้ไม่เคยได้เจอพระองค์ท่าน แต่ที่บ้านมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์อยู่ ทุกคืนก่อนนอน ทุกวันก่อนออกจากบ้านต้องยกมือกราบไหว้ท่านตลอดไม่ขาดด้วยรักและบูชาท่านเสมอ
นายวิมล โพธิ์เหมือน และครอบครัว
“พระองค์เคยเสด็จฯ มา จ.สิงห์บุรี ทรงเยี่ยมเยียนประชาชน หรือเวลามีเหตุน้ำท่วมก็ได้พระราชทานของยังชีพช่วยเหลือพวกเรา อีกทั้งทรงช่วยเหลือเรื่องน้ำกินน้ำใช้ ทรงมีพระราชดำริให้มีเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นจังหวัดใกล้เคียง แต่สามารถให้ความข่วยเหลือมาถึงจ.สิงห์บุรี ได้ เพราะด้วยตัวเองเป็นเกษตรกรทำนากว่า 50 ไร่ จากความแห้งแล้งไม่มีน้ำ เมื่อท่านทรงให้สร้างเขื่อน เราก็ได้รับประโยชน์จากตรงนั้นด้วยโดยตรง ทำให้มีน้ำทำนา ทำการเกษตรมาตลอด ทุกวันนี้ที่มีเงินมีทอง มีกินมีใช้ก็เพราะพระองค์ท่าน อีกทั้งยังยึดหลักการทำนาสวนผสม ปลูกถั่วลิสงประกอบด้วย อีกทั้งนำหลักความพอเพียง ประหยัด อดออม มาใช้ ชีวิตครอบครัวก็ดีขึ้น” นายวิมล กล่าว
นางสมจิต เจนตุเกจ และหลานชาย
นางสมจิต เจนตุเกจ อายุ 64 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ถือโอกาสในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พาหลานชาย 2 คน เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมหาราชวัง เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งที่ 11 แล้วที่ได้เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ และตั้งใจจะมาอีกเรื่อยๆ เท่าที่จะสามารถทำได้ เพราะรู้สึกรักและอยากอยู่ใกล้กับพระองค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งแม้ว่าระยะเวลาจะผ่านมาพอสมควรก็ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงพระองค์ท่าน การมากราบสักการะพระองค์ท่านในแต่ละครั้ง ก็ช่วยคลายความรู้สึกคิดถึงพระองค์ไปได้บ้าง หากชาติหน้ามีจริงก็ขอเกิดเป็นข้ารองบาททุกชาติไป
“พระองค์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เสียสละ ทรงงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนของพระองค์ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การที่ประเทศไทยเจริญ อยู่ดีกินดีจนได้ถึงทุกวันนี้ ก็มาจากพระองค์ จึงทำให้ดิฉันรักและเทิดทูนพระองค์เป็นอย่างมาก ในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่อาศัยอยู่จ.อุทัยธานี หากมีโอกาสก็จะเดินทางขึ้นมากรุงเทพฯ เพื่อชมพระบารมีของพระองค์อยู่เสมอ จำได้ขึ้นใจในงานพระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ได้มีโอกาสชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด นับเป็นความทรงจำที่ไม่ลืมเลือน” นางสมจิต กล่าวด้วยความตื้นตันใจ
ด้านหลายชาย ด.ช.อนุสิษฐ์ เจนตุเกจ อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรีบุณยานนท์ กล่าวว่า เป็นครั้งที่ 9 แล้วที่มีโอกาสมากราบสักการะพระบรมศพ ทุกครั้งที่คุณย่าจะมากราบสักการะ ก็จะขอติดตามมาด้วย เนื่องจากรู้สึกรักพระองค์ท่าน แม้ว่าจะเกิดไม่ทันในช่วงที่พระองค์ทรงงานหนัก แต่ก็ได้ยินเรื่องราวพระราชกรณียกิจของพระองค์จากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ และวีดีโอสารคดีทางโทรทัศน์ นับเป็นภูมิใจที่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9



