ข่าว

ตร.เร่งสอบหาผู้รับผิดชอบต้นไม้ล้มพาดเสาไฟทับสาวขี่จยย.ดับ

ตร.เร่งสอบหาผู้รับผิดชอบต้นไม้ล้มพาดเสาไฟทับสาวขี่จยย.ดับ

13 พ.ค. 2560

ตร.เร่งสอบหาผู้รับผิดชอบ ต้นไทรอายุ 20 ปี ล้มพาดเสาไฟฟ้าทับสาวขี่จยย.ดับคาที่กลางถนนชิดลม สำนักงานเขตเร่งตรวจไม้ใหญ่ในพื้นที่ป้องกันเหตุซ้ำ

     เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ร.ต.อ.ภาสกร กันจู รอง สว.สอบสวน สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มพาดกับเสาไฟฟ้าล้มทับประชาชน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ประสพ สีบัวริน สวป.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ยุต ทองอยู่ รอง ผกก.สอบสวน สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง แพทย์นิติเวช รพ.จึฬาฯ เจ้าหน้าที่เทศกิจกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง และทหาร

     ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าอาคารอัลม่า ลิงค์ เลขที่ 25 ถนนชิดลม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. พบต้นไทรขนาดใหญ่ล้มขวางถนนชิดลมทั้ง 4 เลน พาดไปถึงรั้วของการไฟฟ้านครหลวงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จากการตรวจสอบพบว่าเสาไฟฟ้าล้ม 4 ต้น เสาสื่อสาร 4 ต้น รวม 8 ต้น เป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร จนไปถึงปากทางแยกชิดลม พบศพนางณัชชพัชร์ สมเจษ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 306/7 ถนนริมคลองประปาฝั่งขวา แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมเสื้อสีแดง กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบสีส้ม ใกล้กันมีหมวกกันน็อคสีดำหล่นอยู่ เสียชีวิตคาเสาไฟฟ้า ขณะขับขี่จักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีดำ ทะเบียน บวษ 183 กรุงเทพมหานคร สภาพรถพังยับเยินมีเสาไฟทับรถ

     นอกจากนี้ยังพบรถของประชาชนได้รับความเสียหายได้แก่ รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอินโนว่า สีขาว ทะเบียน 4 กว 7002 กรุงเทพมหานคร ถูกสายไฟทับได้รับความเสียหายเล็กน้อย จักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก 125ไอ สีดำแดง ทะเบียนป้ายเหลือง 1 กบ 2005 กรุงเทพมหานคร จักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นอีพีไอ 125 สีดำ ทะเบียนป้ายเหลือง 1 กช 4276 กรุงเทพมหานคร ถูกต้นไม้ทับพังยับเยินทั้ง 2 คัน รถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลล่า สีชมพู ทะเบียนป้ายเหลือง ทษ 1656 กรุงเทพมหานคร กระจกหลังแตกช่วงท้ายรถมีรอยยุบ เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรถนนชิดลมกว่า 3 ชั่วโมง มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาตัดไฟเพื่อให้เจ้าหน้าที่เขตปทุมวัน เร่งตัดกิ่งไม้และเก็บกวาดเพื่อเปิดการจราจรโดยเร็วที่สุด

     จากการสอบถาม นายคมสัน เงินทองดี อายุ 43 ปี คนขับแท็กซี่ที่ได้รับความเสียหาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับมาทางถนนชิดลมจะไปจอดรอลูกค้าที่ข้างห้างสรรพสินค้า เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถติดไฟแดงโดยมีจักรยานยนต์จอดอยู่ข้างหน้าห่างกันประมาณ 20 เมตร เสาไฟฟ้าได้หักโค่นลงมาเสียงดังสนั่น ตนเห็นเสาไฟล้มทับคนขี่จักรยานยนต์จึงเร่งเครื่องรถเพื่อหนีจากเสาไฟฟ้า แต่ก็ถูกสายไฟเหวี่ยงมาฟาดกระจกหลัง แต่ก็ถือว่ารอดจากเสาไฟล้มทับได้อย่างหวุดหวิด

     ด้านนายประจวบ อยู่ดีรัมย์ อายุ 49 ปี วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เผยว่า รับผู้โดยสารมาหน้าธนาคารไทยพานิชย์ชิดลมเพื่อจะไปส่งที่เซนทรัลชิดลม แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงต้นไม้ล้ม มีสายไฟมาเกี่ยวก่อนที่เสาไฟฟ้าจะล้มพาดมาที่รถของตน ขณะนั้นตนและผู้โดยสารต่างกระโดดหนี ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บบริเวณสะโพก จากนั้นมีพลเมืองดีมาช่วยเหลือและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ยอมรับตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวมาก เพราะใช้เส้นทางนี้เป็นประจำไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น

      พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้เร่งให้เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่เพื่อคืนช่องทางจราจร และสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวน สอบปากคำ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งพยานเห็นเหตุการณ์ ผู้เสียหาย และเจ้าของอาคาร เพื่อพิจารณาว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เข้าข่ายความผิดใด รวมถึงประสานการชดใช้ค่าเสียหาย โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 2 ราย บาดเจ็บบริเวณสะโพก เจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งรพ.ตำรวจ เพื่อดูอาการอีกครั้ง ทั้งนี้ต้นไทรดังกล่าวอยู่ในความดูแลของอาคารเอกชน ซึ่งปลูกขณะสร้างอาคาร อายุประมาณ 20 ปี สภาพยังดูสมบูรณ์ดี แต่ต้องทำการตรวจสอบอีกว่าเหตุใดต้นไม่ถึงโค่นลงมาเพื่อดำเนินการต่อไป

     “ต้นไม้ต้นนี้ปลูกในพื้นที่อาคารเอกชน เท่าที่ทราบเจ้าหน้าที่ปลูกมาพร้อมอาคาร ประมาณ 20 ปีเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจะต้องมีการสอบสวนหาผู้รับผิดชอบ ทั้งในทางแพ่งว่ามีการประมาทเลินเล่อหรือไม่ ส่วนในทางอาญาจะต้องดูว่าก่อนหน้านี้ ต้นไม้ต้นนี้ สภาพเป็นอย่างไร จะต้องสอบผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลชัดเจน อย่างไรก็ตามยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพื่อให้ประชาชนได้สบายใจ” พล.ต.ท.ศานิตย์ระบุ

     ด้าน นางมรกต สนิทธางกูร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กล่าวว่า ในเขตปทุมวันมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากและมีบางต้นที่อยู่ในทางสาธารณะ ซึ่งปกติหากต้นไม้อยู่ในความรับผิดชอบของทางเขตจะตัดแต่งกิ่งเพื่อป้องกันการเกี่ยวกับเสาไฟ หรือป้องกันการเป็นอุปสรรคในการสัญจรอยู่แล้ว แต่หากต้นไม้อยู่ในพื้นที่ของเอกชนก็จะขอความร่วมมือให้เอกชนนั้นๆดำเนินการเพื่อป้องกันความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ทางเขตต้องเข้มงวดและกำชับตรวจตราต้นไม้ใหญ่ในท้องที่เพิ่มขึ้น

     ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างตัดต้นไม้ เพื่อเตรียมคืนช่องทางจราจรให้โดยเร็ว และจะเสร็จภายในช่วงบ่ายวันนี้

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบต้นไม้ซึ่งเป็นต้นตอของเหตุการณ์นี้ พบว่าส่วนใบเป็นสีเขียวชะอุ่มพุ่มกว้าง ลำต้นมีขนาดใหญ่กิ่งก้านแข็งแรง เมื่อตรวจสอบรากไม้พบว่ามีรากแก้วรากฝอยจำนวนมากคดงอเป็นกระจุก คาดว่ารากแก้วไม่สามารถมุดลงดิน ประกอบกับเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีฝนตกเล็กน้อยอาจทำให้มีน้ำหนักมากในส่วนบนจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่ในช่วงฝนตกไม่มีลมกรรโชกแรงแต่อย่างใด