
ฮือฮา!สาวหล่อยกขันหมากสู่ขอแฟนสาว
รักไม่จำกัดเพศ !! สาวหล่อหอบสินสอดกว่า 2 แสนบาทสู่ขอแฟนสาว หลังคบหาดูใจนาน 2 ปี
12 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบยังบ้านเลขที่ 128/2 หมู่ที่ 4 ต.สามโก้ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง หลังทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวได้จัดให้มีพิธีมงคลสมรสระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงขึ้น โดยเมื่อเดินทางไปถึงพบว่าที่บ้านดังกล่าวได้มีการจัดงานมงคลสมรสขึ้นจริง โดยเป็นงานมงคลสมรสของนางสาวโสภิตา บรรจงศิลป์ (เจ้าสาว) อายุ 20 ปี และนางสาวพรพิมล รอดกสิกรรม (เจ้าบ่าว) อายุ 22 ปี โดยบรรยากาศภายในงานเมื่อผู้สื่อข่าวไปถึงอยู่ในช่วงที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวกำลังทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแต่พระสงฆ์ ก่อนที่จะมีการจัดงานแต่งงานเหมือนงานแต่งของหนุ่มสาวทั่วไป ซึ่งมีสินสอดทองหมั้นเป็นเงินสด 200,000 บาท และทองคำหนัก 2 บาท
หลังจากเสร็จพิธีทางสงฆ์แล้วได้มีการตั้งขันหมากเป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยมีญาติทางนางสาวพรพิมล ได้มาร่วมการตั้งและถือขันหมาก ต้นกล้วย ต้นอ้อย แห่เป็นขบวนเดินไปยังบ้านเจ้าสาว ซึ่งในการแห่ขันหมากนั้นได้ใช้รถติดเครื่องเสียงเปิดเสียงเปิดเพลงจังหวะมัน ๆ แห่ขบวนไป โดยมีเพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเต้นในขบวนอย่างสนุกสนาน แต่ที่สร้างเสียงฮือฮา ก็ตรงที่เจ้าบ่าวระหว่างที่เดินอยู่ในขบวนขันหมาก เกิดอดใจไม่ไหวกับจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ถึง กับปีนขึ้นมายืนเต้นอยู่บนรถเครื่องเสียง โดยมีเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวเต้นตามกันอย่างสนุกสนานจนถึงบ้านเจ้าสาว
เมื่อมาถึงบ้านเจ้าสาว ก็มีทางญาติพี่น้องของเจ้าสาวยืนรอรับอยู่จำนวนมาก ต่างคนต่างถือโทรศัพท์ถ่ายรุป ถ่ายคลิปเก็บไว้ โดยเมื่อขันหมากมาถึงเพื่อนเจ้าสาวได้มีการกั้นประตูเงินประตุทอง โดยในประตูแรกทางเพื่อนเจ้าสาวได้ให้นางสาวพรพิมล เจ้าบ่าวร้องเพลงให้ฟัง ส่วนประตูต่อมาให้นางสาวพรพิมล วิดพื้นโชว์ความแข็งแรงก่อนที่จะให้เข้าไปทำพิธีสู่ขอและรับไหว้ตามปกติ
จากการสอบถามนางสาวพรพิมล (เจ้าบ่าว)กล่าวว่า ตนและนางสาวโสภิตานั้น รักใคร่ชอบพอกันมาได้ประมาณ 2 ปี เริ่มแรกเลยทีเดียวไปทำงานที่จังหวัดจันทบุรี แล้วเจอกันทางโลกออนไลน์(เฟซบุ๊ก) แล้วก็คุยกัน ถูกใจชอบพอกัน ไปมาหาสู่กัน ตนรักนางสาวโสภิตาเพราะเขาเป็นคนขยัน น่ารัก และเรียบร้อย หลังจากคบกันจนมั่นใจว่าเป็นความรัก ตนจึงได้ตัดสินใจขอนางสาวโสภิตาแต่งงาน โดยตอนแรกก็หวั่นใจว่านางสาวโสภิตาจะปฏิเสธและไม่เห็นด้วย แต่เนื่องจากความรักที่ตนมีให้กันและกัน จึงได้ตัดสินใจกันพากันมาหาญาติทางด้านนางสาวโสภิตา ซึ่งเมื่อตนมาอธิบายพูดคุยกับทางบ้านฝ่ายเจ้าสาวแล้ว ทางผู้ใหญ่เห็นว่าเราทั้งสองคนรักกันจริง ช่วยกันทำมาหากิน ไม่เกเร ก็อนุญาตให้แต่งงานกันได้ ถามว่าตนกลัวคนอื่นจะมองในทางที่ไม่ดีหรือไม่นั้น ตนไม่คิดอะไร เพราะตนทั้งสองคนรักกัน ในเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน ทำมาหากินเลี้ยงชีพด้วยตัวของตัวเอง ตนก็เลยไม่แคร์กับคำพูดของคนอื่น และหากอนาคตข้างหน้ากฎหมายเปิดโอกาสให้จดทะเบียนสมรสกันได้ ตนก็จะจดทะเบียนสมรสกัน
ด้านนางสาวโสภิตา (เจ้าสาว)กล่าวว่า ตนทั้งสองคนรักและเข้าใจกัน จึงตัดสินใจที่จะแต่งงานอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภรรยา ตนรักนางสาวพรพิมล เพราะเขาเป็นคนดี ทำมาหากิน และดูแลตนเป็นอย่างดี ส่วนญาติทางบ้านตนนั้นหลังจากพ่อแม่เสีย ตนก็ใช้ชีวิตอยู่กับน้าสาว ซึ่งน้าสาวของตนก็เข้าใจ และเป็นผู้จัดงานแต่งงานครั้งนี้ให้ ซึ่งจากนี้ไปจะช่วยกันทำมาหากิน ร่วมกันสร้างอนาคต และต่อไปหากกฎหมายเปิดช่องให้ผู้หญิงกับผู้หญิงสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ ตนก็จะไปจดทะเบียนสมรสในทันที



