
พบกลุ่มก่อรุนแรงภาคใต้แฝงตัวในหมู่บ้าน-สถานศึกษา
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยผู้ก่อเหตุรุนแรง 3 จว.ใต้ อำพรางแฝงตัวหลบซ่อนในหมู่บ้าน-สถานศึกษา เล็งวางมาตรการป้องกันเพิ่มขึ้น
วันนี้ (12พ.ค.) พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุรุนแรง 2 เหตุการณ์ เมื่อวันที่ 6-7 เมษายน 2560 คดีระเบิดเสาไฟฟ้า หลายจุดในพื้นที่จังหวัดปัตตานี มีการออกหมายจับแล้ว 3 หมายจับ และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 2 คน คือ นายมัฮหมูด หาแว และนายอัสรีย์ โต๊ะเย๊ะ
จากการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลทางการข่าว เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แถลงข่าวกรณีการขยายผลการซักถามของ สภ.ยะรัง จังหวัดปัตตานี ไปสู่การบูรณาการร่วมกันของผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานีกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 43 เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นสถานศึกษาแห่งหนึ่งในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี และสามารถควบคุมตัว นายอาหามะ สะอุ ไว้ได้
ทั้งนี้ จากการรวบรวมด้านการข่าวทราบว่ามีการใช้สถานศึกษาบางแห่งซ่องสุมกำลังและวางแผนในการก่อเหตุ พร้อมให้การยอมรับว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดเสาไฟฟ้า และให้ข้อมูลเบื้องต้นสำคัญอื่นๆ คือ การก่อเหตุระเบิดครั้งนั้น ใช้ผู้ก่อเหตุ 2 คน ต่อระเบิด 1 ลูก เหตุก่อกวนเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ผู้ก่อเหตุเป็นทีมปฏิบัติการ โดย 1 ทีม ต่อระเบิด 3 ลูก
สำหรับผู้ก่อเหตุชุดปฏิบัติการจะอาศัยอำพรางแฝงตัวหลบซ่อนปะปน ในหมู่บ้าน สถานศึกษา สถานที่ทางศาสนาหลายแห่งในพื้นที่ โดยข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากผลการซักถามจะนำไปสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย และการออกหมายจับผู้กระทำความผิด ตลอดจนการวางมาตรการป้องกันเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าของคดีมีมากขึ้นโดยลำดับ
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังกล่าวถึงเหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานีเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.เกษม อยู่สุข หัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้แทนพระองค์ นำดอกไม้และสิ่งของพระราชทานรวมถึงพระราชทานความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว ณ โรงพยาบาลปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ
นอกจากนี้วันเดียวกัน สำนักจุฬาราชมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ ประณามกรณีการวางระเบิดห้างบิ๊กซี จังหวัดปัตตานี จนเป็นเหตุให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ โดยสำนักจุฬาราชมนตรีได้แสดงความเสียใจต่อประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ และขอประณามการกระทำอันเหี้ยมโหดและไร้มนุษยธรรม เป็นการกระทำที่ละเมิดกับหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาอย่างร้ายแรงและในทางศาสนาอิสลามถือเป็นบาปใหญ่ ที่พระผู้เป็นเจ้าจะลงโทษผู้ก่อเหตุก่อนสิ่งอื่นใดในวันพิพากษาตามวจนะศาสดามุฮัมมัดว่า สิ่งแรกที่มนุษย์จะถูกพิพากษาในวันปรโลก คือ การละเมิดเลือดเนื้อ และชีวิต
จากกรณีดังกล่าว พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว นายนุสน ขจรคำ ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุครั้งนี้ พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการการเยียวยาอย่างเต็มที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดตลอดจนขยายผลสู่ผู้ปฏิบัติการร่วมในเหตุดังกล่าวต่อไป
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวด้วยว่า สำหรับการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเป็นการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ และไม่สนใจความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเด็ก สตรี คนชรา รวมถึงประชาชนทุกศาสนิกชน โดยมุ่งหวังก่อเหตุรุนแรง เพื่อผลประโยชน์ และวัตถุประสงค์ของกลุ่มตนเพียงอย่างเดียวไม่คำนึงถึงว่าเด็กและผู้หญิงจะจับจ่ายใช้สอยซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การศึกษาเพื่อเตรียมการเปิดภาคเรียนในเร็ววันนี้
ทั้งนี้สันติสุขอย่างแท้จริง ต้องเกิดจากพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันออกมาต่อต้านและประณามการใช้ความรุนแรงที่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์อันเป็นการกระทำสุดโต่ง โหดเหี้ยม ไร้จิตสำนึก ดังนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันตรวจสอบและสอดส่องสิ่งผิดปกติเพื่อเฝ้าระวังร่วมกันหากพบเห็นบุคคลยานพาหนะหรือสิ่งผิดปกติใดกรุณาแจ้งที่หมายเลข 1341 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งที่หมายเลข 191



