ข่าว

สสว.เร่งปล่อยกู้ ‘ไมโครเอสเอ็มอี’วงเงิน 500 ล้าน

สสว.เร่งปล่อยกู้ ‘ไมโครเอสเอ็มอี’วงเงิน 500 ล้าน

12 พ.ค. 2560

สสว. ประเดิมปล่อยเงินกู้ ไมโครเอสเอ็มอี วงเงิน 500 ล้านบาท ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการได้2.5พันราย

 นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( สสว.) เปิดเผยภายหลังเปิดงานรับคำขอสินเชื่อประชารัฐ เพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายจิ๋ว (ไมโครเอสเอ็มอี) วงเงิน 500 ล้านบาท ว่า มีผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มร้านค้าประชารัฐสุขใจ และรายย่อยทั่วไปมาขอสินเชื่อรวม 446 ราย จาก 31 จังหวัด วงเงิน 89 ล้านบาท ซึ่งจะเร่งกระบวนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อภายใน 7 วัน คาดว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้ ผู้ประกอบการจะขอสินเชื่อครบ 500 ล้านบาท เบื้องต้นตั้งเป้า 2,500 ราย หากวงเงินไม่เพียงพอ จะขอคณะกรรมการสสว. จัดสรรวงเงินจากกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอี และกองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอีเข้ามาเพิ่มเติม

สำหรับ วงเงิน 500 ล้านบาท โดยแบ่งมาจากวงเงินกองทุนฟื้นฟูฯ 2,000 ล้านบาท และแบ่งมาจากกองทุนพลิกฟื้นฯ 1,000 ล้านบาท หากไม่พอก็จะขออนุมัติมาปล่อยกู้เพิ่มเติม โดยเงื่อนไขการขอกู้เงินโครงการนี้ เราพยายามให้เข้าถึงกลุ่มรายเล็ก และครอบคลุมให้มากที่สุด ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 200,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ปลอดเงินต้น 3 ปีแรก ไม่คิดดอกเบี้ย เป็นเงินกู้ระยะยาว 10 ปี เน้นให้กิจการรายย่อยเป็นทุนหมุนเวียน หรือปรับปรุงกิจการไม่ใช่ไปจ่ายหนี้ส่วนบุคคล ที่ไม่ทำให้เกิดการต่อยอด หากตรวจพบทางสสว.จะไม่ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการดังกล่าวอีก เพราะถือว่าผิดวัตถุประสงค์

ส่วนคุณสมบัติผู้ประกอบการ ต้องมีสถานประกอบการมีหลักแหล่งชัดเจน หรือมีการจดทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์ หรือทะเบียนอื่นใดกับหน่วยงานราชการ อาจเป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิติบุคคลก็ได้,ดำเนินกิจการแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี และมีความตั้งใจที่จะดำเนินกิจการต่อไป,เป็นลูกค้าของสถาบันการเงินทุกประเภท รวมทั้งกิจการนอนแบงก์ทุกประเภท เช่น ลีสซิ่ง บัตรเครดิต นาโน ไฟแนนซ์ และยังเปิดกว้างให้ลูกค้าที่เป็นลูกหนี้ที่เอ็นพีแอลอีกด้วย

นอกจากนี้ สสว.ได้ปรับปรุงวิธีการปล่อยกู้ให้รวดเร็วขึ้นโดยตั้งเป้าไว้ว่า จะพยายามอนุมัติเงินกู้ให้ได้ภายใน 7 วันทำการ นับตั้งแต่ผู้ประกอบการยื่นคำขอกู้ และได้พยายามจัดขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินกู้ให้รวดเร็วที่สุด

สสว. ยังได้จัดสรรงบประมาณ100ล้านบาท เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ เช่น ให้ความรู้ด้านการตลาด แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค