
งบไทยเข้มแข็งถึงกทม.แล้วได้จัดสรร2,939ล.
งบ ไทยเข้มแข็ง ถึงกทม.แล้ว ได้จัดสรร 2,939 ล. เตรียมนำระบบสาธารณูปโภค รอบเกาะรัตนโกสินทร์ลงดิน-ตั้งกล้อง CCTV
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังรัฐบาลเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณอัดฉีดโครงการ "ไทยเข้มแข็ง” ลงสู่หน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่ได้ยื่นขอไว้กับทางรัฐบาล เพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ ตลอดจนเพื่อพัฒนาพื้นที่ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ในส่วนของ กทม. ได้ขออนุมัติงบประมาณแก่รัฐบาล วงเงิน 5,200 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณทั้งสิ้น 3,739 ล้านบาท แต่ขณะนี้ได้รับเพียงงบฯ ไทยเข็มแข็ง 2,939 ล้านบาท และงบฯ ค่าใช้จ่ายประจำปีเพิ่มเติมอีก 80 ล้านบาท จากเดิมที่ได้รับจัดสรรมาแล้ว 13,100 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกกว่า 720 ล้านบาทซึ่งเป็นงบฯ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทางรัฐบาลจะส่งมอบให้ในภายหลัง
นายธีระชนระบุว่า สำหรับงบฯ ไทยเข็มแข็ง 2,939 ล้านบาทนั้น จะแบ่งไปใช้จำนวน 1,290 ล้านบาท เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ อาทิ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งบางขุนเทียน การปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองโดยเฉพาะบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์และท้องสนามหลวง ตลอดจนการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำตามเส้นทางแม่น้ำลำคลองย่านฝั่งธนบุรี
ขณะที่งบอีก 980 ล้านบาท จะใช้ดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิด( CCTV ) เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะในโซนพื้นที่กทม.ชั้นใน และพื้นที่สำคัญต่าง ๆ และสุดท้ายเป็นงบที่จะใช้ในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาในโรงเรียนสังกัดกทม. ทั้งในส่วนของอาคารสถานที่ และระบบการจัดการการศึกษา รวมมูลค่า 669 ล้านบาท
รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า เมื่อ รัฐบาลอุดหนุนงบประมาณให้ทางกทม.มาอีกกว่า 3,739 ล้านบาท ทำให้งบ ประจำปี 53 ของกทม.เพิ่มขึ้นเป็น 16,800 ล้านบาท จากเดิมงบปี 52 ได้เพียง 14,400 ล้านบาท ซึ่งถึงแม้จะไม่ตรงตามที่ได้ขอไว้ แต่ก็ยังได้มาในจำนวนที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากในหลายด้าน ที่ประชาชนต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกทม. อาทิ การรื้อย้ายสาธารณูปโภคและย้ายเสาไฟฟ้าลงดินบริเวณถนน 5 สายรอบพระบรมมหาราชวังเพื่อความสง่างามสมพระเกียรติ มูลค่าโครงการรวม 225 ล้านบาท และการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงภูมิทัศน์รอบสนามหลวง มูลค่าโครงการ 100 ล้านบาท หรือแม้แต่การติดกล้องวงจรปิดประสิทธิภาพสูงเพิ่มอีกหลายร้อยตัวเพื่อความปลอดภัยของประชาชนมูลค่ากว่า 980 ล้านบาท



