ข่าว

ตร.รู้ตัว2ชายขี่จยย.ขู่เนติวิทย์จ่อเรียกสอบ

ตร.รู้ตัว2ชายขี่จยย.ขู่เนติวิทย์จ่อเรียกสอบ

11 พ.ค. 2560

ตร.เรียก“เนติวิทย์”ให้การเพิ่ม-รู้ตัว2ชายขี่จยย.บุกจุฬาฯตะโกนหาเป็นนศ.ต่างสถาบัน-จ่อเรียกสอบแจ้งข้อหาข่มขู่

           จากกรณี นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานสภานิสิตจุฬาฯ ปีการศึกษา 2560 เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานภายหลังจากถูกชายฉกรรจ์ 2 ราย ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เข้ามาบริเวณโรงอาหารของตึกรัฐศาสตร์ ก่อนเดินตามหานายเนติวิทย์ ด้วยท่าทางคุกคามและใช้ถ้อยคำในลักษณะข่มขู่เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา

           ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวนได้เชิญตัว นายเนติวิทย์ มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากในวันแรกผู้เสียหายเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ทั้งนี้ทางด้านคดีความดังกล่าวนั้นไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบรอบด้าน ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

           “สำหรับการติดตามตัวผู้ก่อเหตุนั้น ทางตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ได้ทำการสืบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว โดยหลังจากนี้จะเร่งรัดติดตามตัวทั้งคู่มารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงปทุมวันคาดว่าแล้วเสร็จในวันที่ 15 พ.ค.นี้ หากผู้ก่อเหตุยังไม่ยินยอมเดินทางมาเข้าพบ จะต้องดำเนินการออกหมายเรียก และออกหมายจับตามขั้นตอนต่อไป” ผกก.สน.ปทุมวัน ระบุ

           ทั้งนี้ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากเกิดเหตุทางตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ได้ลงพื้นที่ทำการสืบสวนสอบสวนตลอดมาจนทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นนักศึกษาต่างสถาบันที่มีความเห็นต่างทางความคิด โดยไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางด้านการเมืองแต่อย่างใด เพียงเกิดความคึกคะนองจนกระทั่งก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามก่อนเกิดเหตุผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ชักชวนเพื่อน โดยออกอุบายว่าจะพาไปรับประทานอาหาร เมื่อขับขี่มาถึงจุดเกิดเหตุจึงได้ตัดสินใจลงมือก่อเหตุตะโกนถามหานายเนติวิทย์ และปรากฏตามภาพจากกล้องวจรปิดที่สามารถบันทึกไว้ได้ และหลังจากนี้ทางตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.ปทุมวัน จะติดตามเชิญตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทั้งคู่ยินดีที่จะเข้าพบกับทางพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป