
สุขุมพันธุ์ชี้ผอ.ร.ร.กีฬาบกพร่องไม่แจ้งเด็กทะเลาะกัน
สุขุมพันธุ์ ลั่น ผอ.โรงเรียนกีฬาบกพร่องไม่รายงานผู้บริหารกรณีเด็กทะเลาะวิวาท ย้ำไม่ลงโทษรุ่นพี่หวั่นตัดอนาคตเด็ก เล็งรื้อระบบสารวัตรนักเรียนคอยสอดส่อง
(8ก.ย.) ที่ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เรียกประชุมผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัด กทม.ทั้ง 435 แห่ง เพื่อกำชับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กนักเรียนในสังกัด ภายหลังเด็กนักเรียนชั้นม. 2 อายุ 13 ปี โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร เข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กรณีถูกรุ่นพี่ชั้น ม. 6 กว่า 30 คนรุมทำร้าย เหตุเกิดภายในห้องพักนักกีฬา จนได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย และกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างเด็กนักเรียนนั้นถือว่าเกิดขึ้นกันได้ แต่หากเกิดเป็นปัญหาขึ้นแล้วจะต้องได้รับการแก้ไข โดยผู้อำนวยการโรงเรียนจำเป็นที่จะต้องรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปที่สำนักงานเขต จากนั้นทางสำนักงานเขตจะต้องรายงานเหตุการณ์มาที่ส่วนกลางต่อไป อย่างไรก็ตาม ในกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนกีฬากรุงเทพนมหานคร ไม่มีการรายงานเข้ามานั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะแก้ไขปัญหาไม่ได้แล้ว กลับปล่อยให้ผู้บริหารทราบเรื่องเป็นคนสุดท้ายจากทางหน้าหนังสือพิมพ์ โดยมีมูลนิธิปวีณาฯ เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้อีก ซึ่งหลังจากนี้ได้กำชับผู้อำนวยการโรงเรียนแล้วว่าหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก ขอให้รายงานเรื่องให้ผู้บริหารทราบทันที อย่าเก็บเป็นความลับ
“เด็กทะเลาะวิวาทกันในโรงเรียนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ซึ่งในกรณีที่เด็กทะเลาะกัน ผมถือว่าผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ผิด แต่ถ้าเหตุการณ์ทะเลาะกันเกิดเป็นเรื่องราวบานปลาย โดยผู้บริหารโรงเรียนไม่สามารถแก้ไขตกลงหรือไกล่เกลี่ยกันได้จนกระทั่งหน่วยงานอื่นเข้ามามีส่วนในการแก้ไขปัญหา โดยที่ไม่มีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ปล่อยให้ผู้ว่าฯ กทม.ทราบเรื่องเป็นคนสุดท้าย ผมถือว่าตรงนี้เป็นความผิด ส่วนจะต้องมีการลงโทษรุ่นพี่ที่รุมทำร้ายรุ่นน้องหรือไม่นั้น ผมคิดว่าเด็กๆ คงสำนึกผิดแล้ว และถ้าลงโทษเด็กๆ ก็จะกลายเป็นการตัดอนาคต เรื่องก็จะไม่จบ ดังนั้นอยากให้มีการประนีประนอมหรือไกล่เกลี่ยกันก่อนจะดีกว่า ซึ่งทางผู้บริหารพร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้ ” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการดูแลความปลอดภัยของเด็กนักเรียนในสังกัดนั้น กทม.เตรียมติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ( cctv ) รวมทั้งการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อดูแลเด็กนักเรียนให้ครบทั้ง 435 โรงในปีการศึกษา 2553
ด้านนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าภายในภาคเรียนที่ 2 นี้ กทม. จะมีการคัดเลือกนักเรียนชั้น ป. 6 เป็นสารวัตรนักเรียน เพื่อติดตามพฤติกรรมเด็กกลุ่มเสี่ยง ที่จะไปตามแหล่งมั่วสุม อาทิ ร้านเกม ร้านจำหน่ายสุรา หรือมั่นสุมเสพยาอี ยาไอซ์ ได้อย่างทั่วถึง ส่วนการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างพ่อแม่ของ นักเรียนชั้น ม. 2 ซึ่งเป็นผู้เสียหาย และเด็กรุ่นพี่ทั้ง 12 คน ที่ทำร้ายรุ่นน้องนั้น จะนัดไกล่เกลี่ยภายในสัปดาห์นี้ และล่าสุดเด็กทั้ง 12 คนได้สำนึกผิดและขอโทษพ่อแม่ผู้เสียหายแล้ว แต่เรื่องค่าเสียหายยังตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากผู้ปกครองของเด็กที่ถูกทำร้ายเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท และขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปบำบัดทางจิตแก่เด็กผู้เสียหายแล้วด้วย



