ข่าว

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

11 พ.ค. 2560

รองสารวัตรป้องกันและปราบปรามเข้าระงับเหตุข่มขู่ทวงหนี้ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้าย ใช้ไม้ฟาดหัว พร้อมใช้มีดแทงอาการสาหัส


                เหตุการณ์อุกอาจครั้งนี้ เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยผู้ได้รับบาดเจ็บคือ ร.ต.ท.วรวุฒิ เวียงวิเศษ รอง สว.(ป.) สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ขณะปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสายตรวจประจำตู้ยาม ต.ม่วงหวาน ได้มีชาวบ้านโทรศัพท์มาแจ้งขอความช่วยเหลือว่ามีชายฉกรรจ์เข้ามาข่มขู่ทวงหนี้ ที่บริเวณทุ่งนาระหว่างบ้านแมคแลนด์ - บ.คำแก่นคูณน้อย ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง เมื่อ ร.ต.ท.วรวุฒิ ไปถึง ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มาทวงหนี้รุมทำร้ายร่างกาย และใช้อาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับได้แย่งเอาอาวุธปืนพกส่วนตัวของ ร.ต.ท.วรวุฒิ ก่อนที่จะหลบหนีไป

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

                ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 ราย คือ นายโชคชัย ขันตรีกรม อายุ 27 ปี และ นายไทยรัส ฤทธิโคทา อายุ 42 ปี  ส่วนอีก 1 ราย คือ นายบัวไข ขันตรีกรม อายุ 53 ปี อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

                พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.น้ำพอง กล่าวว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยในช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุ นายสไกล คำโมง ชาว ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ได้ระบายให้นายจรูญ ประชุมพล เพื่อนบ้านฟังถึงปัญหาการติดตามหนี้จากนายพงษ์ศักดิ์ แก้วเก็บคำ ผู้เป็นลูกหนี้ว่านับตั้งแต่ปี 2555 ที่รถของตนเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกับคู่กรณี ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์อาสาไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายให้ โดยนายพงษ์ศักดิ์ได้รับเงินค่าเสียหายจากคู่กรณีมาจำนวน 37,000 บาท แต่กลับไม่นำเงินดังกล่าวมาให้ตน โดยมีการทวงมากว่า 4 ปี แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จากนั้นจรูญจึงอาสาเป็นผู้ทวงให้ โดยนายสไกลเสนอค่าจ้างให้ส่วนหนึ่ง นายจรูญจึงไปตามที่บ้านในช่วงเช้าแต่ไม่พบนายพงษ์ศักดิ์ จึงกลับมานั่งดื่มสุราอยู่ที่บ้านของนายสไกล เพื่อรอเวลาที่จะไปทวงถามอีกครั้ง

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

                ต่อมาในระหว่างที่นายสไกลและนายจรูญรัตน์กำลังนั่งดื่มและพูดคุยกันอยู่ นายบัวไข ขันตรีกรม ผู้ที่เคยซื้อขายมันสัมปะหลังกับนายสไกลได้มาหาถามขายมันสำปะหลังให้ที่บ้าน จึงได้ยินเรื่องทวงหนี้ นายบัวไขจึงอาสาว่าจะไปทวงให้ ระหว่างนั้นนายโชคชัย ขันตรีกรม ได้โทรศัพท์มาขอเงินจากนายบัวไข ผู้เป็นพ่อ นายบัวไขจึงบอกให้มาเอากับตนที่บ้านของนายสไกล นายโชคชัยจึงเดินทางมาหานายบัวไข พร้อมกับเพื่อนชื่อนายไทยรัส ฤทธิโคทา เมื่อมาถึงก็ทราบเรื่องการทวงหนี้ จึงอาสาว่าจะไปติดตามทวงถามให้ แต่เมื่อเดินทางไปที่บ้านนายพงษ์ศักดิ์ก็พบว่าไม่อยู่บ้าน

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

                ต่อมาในเวลาประมาณ 16.00 น. ทั้ง 5 คน จึงเดินทางไปที่บ้านของนายพงษ์ศักดิ์อีกครั้ง โดยนายสไกล , นายจรูญรัตน์ และนายบัวไข นั่งรถยนต์ไปด้วยกัน ส่วนนายโชคชัยและนายไทยรัส ขับมอเตอร์ไซค์ไปด้วยกัน เมื่อไปถึงบ้านนายพงษ์ศักดิ์ ผู้เป็นลูกหนี้ นายโชคชัยและนายไทยรัส ได้เข้าไปถามหนี้จากนายพงษ์ศักดิ์ "โดยอ้างว่าเป็นตำรวจ" นายพงษ์ศักดิ์ จึงโทรศัพท์ไปหา ร.ต.ท.วรวุฒิ ว่ามีชายอ้างตัวเป็นตำรวจมาข่มขู่ ร.ต.ท.วรวุฒิ จึงเดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยแต่งชุดครึ่งท่อน พร้อมอาวุธปืนพก เข้ามาทางถนนหลังบ้าน

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

                เมื่อกลุ่มผู้ทวงหนี้เห็นเป็นตำรวจจึงชวนกันกลับออกไปบริเวณทางเข้าที่อยู่ห่างจากตัวบ้านประมาณ 100 เมตร แต่ด้วยความที่ผู้ทวงหนี้อ้างว่าเป็นตำรวจ ร.ต.ท.วรวุฒิ จึงพยายามขอดูบัตร แต่ผู้ทวงหนี้ก็ไม่พอใจ จึงขับรถมอเตอร์ไซค์บิดคันเร่งออกไปอย่างแรง ร.ต.ท.วรวุฒิ จึงตามออกไปดูความเรียบร้อยบริเวณทางเข้าบ้าน แต่จู่ๆ นายโชคชัยก็วิ่งกลับเข้าใส่ ร.ต.ท.วรวุฒิ ร.ต.ท.วรวุฒิ จึงชักปืนออกจากเอว โดยยังไม่เล็งใส่เป้าหมาย แต่นายโชคชัยได้เข้าปลุกปล้ำแย่งปืนจาก ร.ต.ท.วรวุฒิ ทำให้ปืนลั่น 3 นัด แต่ไม่ถูกใคร

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

                จากนั้นนายไทยรัสที่มาด้วยกัน ได้หยิบไม้เนื้อแข็งฟาดเข้าที่ศีรษะของ ร.ต.ท.วรวุฒิ จนเป็นแผลแตกกลางศีรษะ เย็บ 7 เข็ม ส่วนนายบัวไขได้ใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ท้องของ ร.ต.ท.วรวุฒิ เป็นแผลกว้างขนาดประมาณ 1 นิ้วก้อย เมื่อเห็นว่า ร.ต.ท.วรวุฒิ หมดทางต่อสู้ หนึ่งในผู้ก่อเหตุจึงหยิบเอาปืนของ ร.ต.ท.วรวุฒิ ขึ้นรถพากันหลบหนีไป

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

                หลังเกิดเหตุนายโชคชัย และไทยรัส ได้กลับไปที่บ้านในอำเภอบ้านฝาง และไปเที่ยวงานหมอลำ เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมทั้ง 2 คน ได้พร้อมปืนที่พกไปเที่ยวงานหมอลำ ส่วนนายบัวไขคนลงมือแทงได้หลบหนีไป ซึ่งขณะนี้ได้ถูกออกหมายจับแล้ว

 

ตั้งข้อหา "พยายามฆ่า" ทวงหนี้รุมแทงตำรวจ

 

                สำหรับร.ต.ท.วรวุฒิ ผู้บาดได้รับบาดเจ็บ ถูกส่งตัวมารักษาที่ รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น แล้ว อาการเบื้องต้นยังคงบาดเจ็บอาการสาหัส คาดว่ามีเลือดคั่งในสมอง มีแผลที่ช่องท้อง ขณะนี้แพทย์กำลังทำการรักษาและให้ใช้เครื่องช่วยหายใจ