
วิกฤติเวเนซุเอลาซึมลึกคร่าทารกกว่าหมื่น
สถิติการตายทารก-แม่เวเนซุเอลาพุ่งพรวด ท่ามกลางวิกฤติขาดแคลนอาหารและยา
กระทรวงสาธารณสุขเวเนซุเอลาเผยสถิติบนเวบไซต์ว่า ในปี 2559 มีทารกที่ลืมตาดูโลกไม่ถึง 1 ปี เสียชีวิตมากถึง 11,466 คน จาก 8,812 คน หรือเพิ่มขึ้น 30 % จากปี 2558 สาเหตุหลักมาจากภาวะติดเชื้อในทารกแรกเกิด โรคปอดอักเสบ อาการหายใจลำบากในทารกแรกเกิด และคลอดก่อนกำหนด
ขณะที่อัตราการตายของมารดาระหว่างตั้งครรภ์หรือภายใน 42 วันหลังสิ้นสุดการตั้งครรภ์ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 65% เป็นจำนวน 756 คน
สถิติระบุด้วยว่า จำนวนผู้ป่วยโรคมาลาเรียเพิ่มขึ้น 76% เป็นกว่า 2.4 แสนคน
ไม่ชัดเจนว่าเหตุใดกระทรวงสาธารณสุขจึงเผยสถิติในเวลานี้ หลังจากหยุดเผยแพร่มาตั้งแต่กรกฎาคม 2558 แต่ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนวิกฤติเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้งในเวเนซุเอลา ที่ฝ่ายค้านโทษว่าเป็นเพราะรัฐบาลบริหารผิดพลาด แต่ประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร ยืนกรานว่า วิกฤติสาธารณสุข เป็นเพราะการกักตุนยาจากฝ่ายที่ยุยงก่อรัฐประหารล้มล้างอำนาจของเขา
รายได้สำคัญที่หดหายไปจากราคาน้ำมันส่งออกตกต่ำในช่วงสองปีมานี้ ทำให้เวเนซุเอลาเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง ขาดแคลนเงินสดสำหรับนำเข้าสินค้าพื้นฐานตั้งแต่ข้าวสารจนถึงวัคซีน แพทย์จำนวนมากอพยพย้ายถิ่นฐาน และสหพันธ์การแพทย์เวเนซุเอลา ระบุว่า เวลานี้ โรงพยาบาลมียาและเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการผ่าตัดปกติไม่ถึง 3 %
ผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ พบชาวเวเนซุเอลา 2 ใน 3 ที่กล่าวว่าสุขภาพของพวกเขาแย่ลง และลดกินอาหารเหลือวันละ 2 มื้อ
ประชาชนจำนวนมากต้องข้ามชายแดนไปบราซิล หรือโคลอมเบีย เพื่อซื้อยาและหาหมอในโรงพยาบาลของรัฐในประเทศใกล้เคียง รัฐโรไรมาของบราซิล ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือกับชาวเวเนซุเอลาหลายพันคนที่แห่แหนเข้าไปรักษาพยาบาลในเมืองชายแดน
ปัจจุบัน เวเนซุเอลาแทบเป็นอัมพาตจากเหตุประท้วงรายวันที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน และนับวันจะรุนแรงขึ้นทุกที หลังจากประธานาธิบดีมาดูโรเตรียมแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกมองว่าเป็นอุบายต้านจัดเลือกตั้งก่อนกำหนดตามที่ผู้ประท้วงเรียกร้อง
ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำสลายผู้ประท้วงที่พยายามเดินขบวนไปยังศาลสูงในกรุงการาคัส เมื่อวันพุธ ( 10 พ.ค.) อีกฝ่ายซึ่งเตรียมพร้อมหน้ากากปิดหน้าและโล่ห์ ตอบโต้ด้วยการระดมปาระเบิดเพลิง ระเบิดสีและก้อนหินเข้าใส่ นอกจากนี้ มีผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งใช้อุจจาระปาใส่ตำรวจ
วันเดียวกัน มีชายวัย 27 ปีถูกยิงเสียชีวิตอีก 1 คน และอีกคนวัย 38 เสียชีวิตจากถูกยิงที่ศีรษะหลังร่วมประท้วงในเมืองเมริดา ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในเหตุประท้วงยืดเยื้อเพิ่มเป็น 38 ราย



