ภาคเอกชนเป็นเจ้าภาพ-พระสงฆ์ทั้งจากกทม.และต่างจังหวัดร่วมพิธี
ภาคเอกชนปลาบปลื้มได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพในหลวง ร.9
วันที่ 11 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะบุคคล สายสกุล และองค์กรต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล โดยเวลา 10.30 น.นายพรวุฒิ สารสิน ประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด เป็นประธานบำเพ็ญกุศลและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดหงส์รัตนาราม วัดเสมียนนารี วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ, วัดท่าบึง วัดวุฒาราม วัดดาวเรือง วัดป่าสุมนามัย จ.ขอนแก่น, วัดแม่อีด วัดทาน้ำงาม จ.เชียงใหม่ และวัดป่าบุญเบิกฟ้า จ.เชียงราย ที่สวดพระพุทธมนต์ และสดับปกรณ์ อุทิศถวายพระบรมศพ นอกจากนี้ยังพีธีบำเพ็ญกุศลในเวลา 14.30 น.,17.00 น.และ 19.00 น.
ในการนี้ เจ้าพนักงาน นิมนต์พระเทพปริยัติมุนี จากวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ถวายพระธรรมเทศนาเรื่อง "ปุญญาภินันทิกถา" ใจความตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงดำรงคุณสมบัติเป็นอเนกประการ พระองค์ดำรงพระชนม์อยู่เพื่อประโยชน์สุขแก่คนหมู่มากแน่แท้ สมด้วยพระบาลีว่า "สปฺปุริโต ภิกฺขเว ชายมาโน พหุโน อตฺถาย หิตาย สุขาย โหติ" เป็นอาทิความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษเกิดขึ้นในสกุล ย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ชนเป็นอันมาก" ซึ่งความจริงข้อนี้เราทั้งหลายผู้อยู่ในสยามประเทศ ได้รับรู้และเห็นอยู่เสมอมา ทรงโปรดการช่วยเหลืออนุเคราะห์ สงเคราะห์แก่ประชาชนผู้ทุกข์ยากโดยวิธีการต่าง ๆ
อันว่า "พุทธธรรม" กล่าวคือ หลักธรรมคำสอนในพระบวรพระพุทธศาสนานั้น เมื่อมีอยู่ในบุคคลใด ทำให้บุคคลนั้นสามารถบำเพ็ญประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นได้อย่างดียิ่ง ซึ่งจะเห็นได้ตลอดพระชนม์ชีพ ทรงดำรงพระองค์อยู่ในทศพิธราชธรรม ทั้งทรงบำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุทั้ง 3 ประการอยู่เนืองนิตย์ กล่าวคือ ทานมัย ทรงบริจาคทาน ศีลมัย ทรงศีลอยู่เสมอ ภาวนามัย คือการเจริญภาวนา อบรมพระราชหฤทัยให้มั่นคงในสัจธรรมอยู่เป็นนิจ สมด้วยพระพุทธสุภาษิตที่ว่า "บุคคลที่ทำแต่บุญ ย่อมเพลิดเพลินในโลกนี้ ละไปแล้วก็เพลิดเพลินในโลกหน้า เพลิดเพลินในโลกทั้ง 2 เขาเพลิดเพลินอยู่ว่า เราทำบุญไว้แล้ว เขาไปสู่สุคติแล้ว ย่อมเพลิดเพลินอย่างยิ่ง" ดังนี้



