
จับตาผู้นำใหม่เกาหลีใต้รับศึก 2 ด้าน
นายมุน แจ-อิน นักการเมืองหัวเสรีนิยมเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีเกาหลีใต้
พร้อมกับภารกิจที่จะนำพาประเทศออกจากความตึงเครียดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือความเสี่ยงที่จะบาดหมางกับสหรัฐ และยังต้องเร่งสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในชาติ
ต่อจากนี้ นายมุนซึ่งชนะการเลือกตั้งด้วยสัดส่วนคะแนนสูงที่สุดในรอบ 20 ปีจะต้องหาวิธีเกลี้ยกล่อมให้เกาหลีเหนือจำกัดโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของตัวเอง ขณะเดียวกันก็จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งด้านการค้ากับสหรัฐ เพราะนายมุนเห็นด้วยกับการประนีประนอมต่อเกาหลีเหนือ ต่างจากสหรัฐที่กดดันรัฐบาลเปียงยางมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการโดดเดี่ยวและคว่ำบาตร
ด้านนายแดเนียล รัสเซล อดีตนักการทูตระดับสูงประจำเอเชียของสหรัฐ กล่าวว่า ความเห็นต่างระหว่างนายมุนและนายทรัมป์จะทำให้เกิดความขัดแย้งที่เลี่ยงไม่ได้แน่ๆ แต่ไม่ถึงขั้นที่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองชาติจะวิกฤติสิ่งที่ต้องจับตามองคือนายมุนจะร่วมปรึกษา สื่อสารและร่วมมือกับสหรัฐมากเพียงใดเกาหลีใต้จะกดดันเกาหลีเหนืออย่างหนักจนกระทั่งยอมมาเจรจากันหรือจะกดดันแค่ระดับหนึ่ง และพูดจาหว่านล้อมให้เกาหลีเหนือมีอารมณ์เจรจา
นอกจากนี้ ความท้าทายที่นายมุนต้องเผชิญยังมาจากปัจจัยในประเทศด้วย เพราะความคิดของคนในสังคมเกาหลีใต้เริ่มแตกแยกกัน จากคดีทุจริตของนางสาวปาร์ค ซึ่งผู้นำคนใหม่ของเกาหลีใต้เคยหาเสียงว่า เขาจะทำให้ประเทศกลับมาสามัคคีกัน และเขาจะรับใช้คนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แต่คนที่สนับสนุนเขา
ขณะที่สถานการณ์ในรัฐสภาก็ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการทำหน้าที่ของนายมุนมากนัก เนื่องจากพรรคประชาธิปไตยของเขาไม่ได้ครองเสียงข้างมาก ดังนั้นหากเขาต้องการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่หาเสียงไว้เช่น การสร้างงาน 500,000 อัตราและการปฏิรูป“แชโบล”หรือบริษัทยักษ์ที่ครอบครัวผู้ก่อตั้งเป็นผู้บริหาร เขาจะต้องผูกสัมพันธ์กับพรรคอื่นและนักการเมืองพรรคอื่น ที่เคยเป็นคู่แข่งในช่วงก่อนเลือกตั้ง
เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนุญอนุมัติให้มติของรัฐสภาที่ให้ถอดถอนนางสาวปาร์ค กึน-เฮ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีจากเรื่องฉาวเกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งนำมาสู่การเลือกตั้งผู้นำประเทศครั้งใหม่



