แต่งแล้วตำรวจหนุ่มกับนักธุรกิจ
แต่งแล้วตำรวจหนุ่มกับนักธุรกิจ เป็นไปแบบเงียบ เป็นส่วนตัวไม่อนุญาตให้สื่อถ่ายภาพ
10 พ.ค.60-แต่งงาน ส.ต.ต.หนุ่มกับเสี่ยนักธุรกิจชาย เป็นไปแบบเงียบ ๆ มีการโต๊ะจีนเลี้ยงแขก 20 โต๊ะ แต่กลับมีคนมาร่วมงานไม่มากในขณะที่การจัดกิจกรรมทุกอย่างสงวนความเป็นส่วนตัวไม่อนุญาตให้สื่อถ่ายภาพ
ที่บ้านหนองทุ่ม ต.ป่าสังข์ อ.จตุรพักตรพิมาน(จะ-ตุ-ระ-พัก-พิ-มาน) จ.ร้อยเอ็ด มีนักข่าวหลายสำนักลงพื้นที่เพื่อติดตามข่าว จากกรณีที่สังคมโซเชียลได้เผยแพร่ภาพการ์ดงานแต่งงานระหว่าง ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ (หนึ่ง) วัย 29 ปี ตำรวจหนุ่มหล่อสังกัด สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จะแต่งงานกับ นายณัฐวุฒิ สานนท์(นัด) นักธุรกิจชาว จ.ยโสธร ที่ไปประกอบการค้าลำไยที่เชียงใหม่
หลังจากที่มีการโพสต์ภาพสินสอด หลักล้านบาท รถยนต์และนาฬิกาหรู โดยกำหนดจะจัดงานในวันที่ 10 พ.ค. 2560 ที่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 7 บ้านหนองทุ่ม ต.ป่าสังข์ อ.จตุรพักตรพิมาน(จะ-ตุ-ระ-พัก-พิ-มาน) จ.ร้อยเอ็ด และเมื่อถึงวันจริงจึงมีสื่อตามเกาะติดข่าว เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ
และจากเดินทางไปติดตามความคืบหน้าที่บ้านหนองทุ่ม ที่บ้านงาน พบว่ามีการประดับตกแต่งบริเวณหน้าบ้านเป็นซุ้มประตูและฉากพร้อมองค์ประกอบด้วยดอกไม้พลาสติกพร้อมภาพถ่ายคู่บ่าวสาว อย่างสวยงาม
โดยในช่วงเช้าเวลา 07.00 น.มีการนิมนต์พระมาประกอบพิธีทางศาสนา มีแขกมาร่วมงานไม่ถึง 100 คน จากนั้น ก็มีการจัดกิจกรรมการ ประกอบพิธีมงคลสมรส เงียบๆ โดยไม่มีการแห่ขันหมาก ทุกอย่างจัดเงียบภายในบ้าน อย่างเงียบๆ แม้แต่พิธีการบายศรีสู่ขวัญ ก็จัดแบบเงียบแบบภายในเครือญาติ แบบไม่มีการใช้เครื่องขยายเสียง โดยแขกส่วนใหญ่ที่อยู่ร่วมพิธีจะเป็นญาติของทั้ง 2 ฝ่ายเท่านั้น เนื่องจากไม่มีการแจกการ์ดเชิญให้กับเพื่อนบ้าน ดังเช่นงานแต่งงานทั่วไป และการเชิญแขกก็ใช้วิธีการบอกเล่าด้วยวาจากับชาวบ้าน บางคน และญาติสนิทจริงๆ เท่านั้น
ดังนั้นแม้ว่า ด้านหลังบ้านมีการจัดโต๊ะจีนเลี้ยงแขก 20 โต๊ะ พร้อมกับจัดให้มีเวทีไว้ ก็กลับปรากฏว่า มีคนไม่มาก และเป็นไปด้วยความเงียบเหงา
ในขณะที่ในช่วงของการจัดกิจกรรมตั้งแต่เช้า สื่อมวลชนพยายามที่จะขอเข้าบันทึกภาพ เพื่อเสนอข่าว โดยให้แกนนำชุมชนเข้าไปประสานกับเจ้าภาพ เพื่อขอบันทึกภาพเพื่อเสนอข่าว เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ แต่เจ้าภาพปฎิเสธ และให้สาวประเภท 2 ชื่อ อชิรญา หรือออฟแอ๊ป ไม่บอกนามสกุล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของคู่บ่าวสาว ออกมามาพบ และกล่าวว่า เหตุที่เจ้าภาพไม่อนุญาต เรื่องจากต้องการสงวนความเป็นส่วนตัว ไม่อยากเป็นข่าว เนื่องจากที่ผ่านมา ได้รับความเสียหายจากการเสนอข่าวบิดเบือนจากความเป็นจริง ให้เกิดความเสียหาย ในหลายกรณี และคลาดเคลื่อนต่างๆนาๆ เช่นงานแต่งงานใช้สินสอด 10 ล้าน มีรถยนต์เป็นสินสอด ซึ่งความจริงแล้ว งานนี้ไม่ได้มีสินสอดนับสิบล้านตามที่เสนอข่าว และ แชร์กันในโลกโซเชียลแต่อย่างใด ทั้งๆที่ความจริงการแต่งงงานขงทั้งคู่ เป้าหมายคือความเข้าใจกัน แล้วเลือกที่จะร่วมชีวิตกัน แม้จะเป็นเพศเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติ เพราะส่งคมปัจจุบันก็มีอยู่จำนวนมาก และไม่อยากให้มีการเสนอข่าวผิดๆอีก
ดังนั้นจึงไม่ขอเปิดตัวและไมอนุญาตให้ถ่ายภาพ และขอสงวนงานแต่งงงานไว้เป็นความเป็นส่วนตัว และยืนยันว่าทุกอย่างทำตามประเพณี แม้จะเป็นการแต่งงานของชายเพศเดียวกัน จึงไมน่าจะผิดแปลก และการจัดงาน ก็ดำเนินการตามประเพณี ทุกอย่าง คือมีการบายศรีสู่ขวัญบ่าวสาวและผูกข้อมือ เพื่อความเป็นศิริมงคล ตามประเพณีทุกอย่าง มีอย่างเดียวคือไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ.



