
เก็บหลักฐานเพิ่ม“คาร์บอมบ์”ปัตตานี
จนท.อีโอดีตรวจสอบที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์บิ๊กซีปัตตานีหาหลักฐานเพิ่มเติมเบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส2ลูกหนัก160กก.ขณะที่ยะลาเพิ่มมาตรการคุมเข็ม
วันที่ 10 พ.ค.60 เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี ว่า เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ปัตตานี ร่วมกับ เจ้าหน้าทื่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ฉก.อโนทัย และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่10 เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อตรวจหาวัตถุพยานและหลักฐานต่างๆ โดยในช่วงเช้านี้ ได้มีการกั้นบริเวณโดยรอบพื้นที่ บิ๊กซี สาขาปัตตานี ไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าภายในบริเวณที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบเศษถังแก๊ส เศษสายไฟ รวมทั้งแผงวงจรอีเลคทรอนิกส์ และหลักฐานอื่นๆ จำนวนมาก จึงได้เก็บรวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน โดยสันนิษฐานว่า คนร้ายนำระเบิดบรรจุในถังแก๊สขนาด 15 กก. จำนวน 2 ลูก น้ำหนักลูกละประมาณ 80 กก. มาวางที่ด้านหลังคนขับ บริเวณแคปของรถ ก่อนที่จะนำมาจอดที่หน้าห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 61 ราย ส่วนการจุดชนวนระเบิด อยู่ในระหว่างการตรวจสอบหลักฐานที่พบ
สำหรับในพื้นที่จังหวัดยะลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุคาร์บอมในพื้นที่ จ.ปัตตานี หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดยะลา คุมเข้มเขตเทศบาลนครยะลา หลังเกิดเหตุระเบิดคคาร์บอมที่ห้างบิ๊กซีปัตตานี พร้อมมีข่าวแจ้งเตือน พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลเป้าหมายในพื้นที่ยะลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุระเบิดคาร์บอม ที่ห้างบิ๊กซี พื้นที่จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ทั้ง ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังกัน ตามแผนป้องกันเมือง ป้องกันเหตุร้าย โดยได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งสายตรวจรถจักรยานยนต์ และชุดปฏิบัติการพิเศษ ประสานความร่วมเจ้าหน้าที่ อส.และชุมชนเข้มแข็ง ให้เฝ้าระวังพื้นที่ จับตารถต้องสงสัย และบุคคลต้องสงสัย ที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุเช่นดัยวกับพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยเน้นหนักไปยังสถานที่จุดจอดรถยนต์ รถจักรยานยนต์บริเวณห้างขายสินค้า และย่านการค้า กลางใจเมืองยะลา โดยเน้นเฝ้าจับตาบุคคลต้องสงสัยจำนวน 2-3 คน พร้อมด้วยยานพาหนะเป็นรถยนต์ ซึ่งไม่สามารถระบุได้ จะแอบแฝงเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ และจุดตรวจทุกหน่วยให้เพิ่มความเข้ม และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง



