
กนอ.เตรียมเปิดนิคมใหม่เพิ่ม 4 แห่งรับอีอีซี.
กนอ.เตรียมเจาะตลาดจีน-ฮ่องกง-เกาหลีใต้ พร้อมเปิดนิคมใหม่เพิ่ม 4 แห่งรับอีอีซี.
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่าผลการดำเนินงานของ กนอ. รอบ 6 เดือน ของปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.2559-31มี.ค.2560)มียอดขายและเช่าพื้นที่นิคมฯรวม 1,541.94 ไร่ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 120.94 ไร่ หรือคิดเป็น 8.5% คิดเป็นเงินลงทุน รวม 71,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 38.5% โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นพื้นที่นิคมฯในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ถึง 1,457.40 ไร่ หรือคิดเป็น 94.5%
"นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ อีอีซี เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ในปัจจุบันมีนิคมฯหลายแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตที่นักลงทุนยังให้ความสำคัญ เพราะมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและความชัดเจนนโยบายของรัฐในการดำเนินการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ”
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนในนิคมฯหลัก ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ กลุ่มเหล็กและโลหะ กลุ่มยางและพลาสติก กลุ่มเครื่องยนต์และเครื่องจักรกลที่ไม่ได้ใช้ยานยนต์ กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าแนวโน้มการลงทุนยังคงมีต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนหลัง จะเห็นจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัว ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ เริ่มกลับเข้าลงทุน
ส่วนในครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 2560 กนอ.จะเร่งบุกตลาดในอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลรายคลัสเตอร์โดยเฉพาะในพื้นที่ อีอีซี ที่เป็นลูกค้าหลักของ กนอ. กว่า 80-90% รวมทั้งออกไปเจาะกลุ่มลูกค้ารายประเทศตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ออกไปดึงดูดการลงทุน โดยในขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นลูกค้าหลัก แต่นักลงทุนจากจีน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ก็เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ กนอ. จะมุ่งลงทุนนิคมฯเฉพาะทางรายคลัสเตอร์ในพื้นที่ อีอีซี โดยได้นำร่องในดิจิทัลพาร์ค ที่ได้ทำร่วมกับบริษัทกสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล และนิคมฯยานยนต์ นิคมฯพลังงานทดแทน เป็นต้นรวมทั้งการจัดทำนิคมฯที่เน้นลูกค้ารายประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เป็นชาติเดียวกันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
“ในครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 2560 จะมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมกัน กนอ. ตั้งนิคมใหม่อีกประมาณ 3-4 แห่งในพื้นที่อีอีซี และปราจีนบุรี มีพื้นที่นิคมละประมาณ 1.5-2 พันไร่ ซึ่งจะเข้ามารองรับการขยายตัวของ อีอีซี และภาคตะวันออกของประเทศ”
ล่าสุด บีโอไอ ได้ประเมินตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ ประมาณ 6 แสนล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่มียอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุน 5.8 แสนล้านบาท เนื่องจากรัฐบาลได้ออกมาตรการเร่งรัดการลงทุนโครงการฯต่างๆที่สำคัญ โดยเฉพาะโครงการคุณภาพสูง ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งมูลค่าอาจไม่สูงมาก แต่จะเกิดประโยชน์กับประเทศมากขึ้น ดังนั้น จากความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ฟื้นตัวมั่นใจว่ายอดขายและเช่าพื้นที่นิคมฯจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ กนอ. ตั้งไว้ในปีงบประมาณ2560ที่มียอดขายทั้งสิ้น3พันไร่



