ข่าว

เอ็กซิทโพลล์ชี้ ‘มุน แจ-อิน’ ชนะขาด !!

เอ็กซิทโพลล์ชี้ ‘มุน แจ-อิน’ ชนะขาด !!

09 พ.ค. 2560

โพลล์ชี้ ‘มุน แจ-อิน’ ชนะขาดเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้

 

               ผลสำรวจเอ็กซิทโพลล์ที่จัดทำร่วมกันโดยสถานีโทรทัศน์เคบีเอส เอ็มบีซี และเอสบีเอสของเกาหลีใต้ ระบุว่า นายมุน แจ-อิน ซึ่งเป็นอดีตทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคสายกลาง-ซ้าย ได้คะแนนเสียงอยู่ที่ 41.4% นำห่างนายฮง จุน-พโย คู่แข่งจากพรรคเสรีนิยมเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลรักษาการในขณะนี้ ที่ได้คะแนนไป 23.3% ตามมาด้วยอันดับ 3 คือ นายอัน ชอล-ซู วัย 55 ปี อีกหนึ่งผู้สมัครจากพรรคประชาชนที่ได้คะแนนไป 21.8%

               สำนักข่าวยอนฮัพรายงานอ้างข้อมูลคณะกรรมการการเลือกตั้งเกาหลีใต้ว่า ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ครั้งนี้ มีชาวเกาหลีใต้ออกมาใช้สิทธิ์สูงถึง 75% หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 11 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ทั้งหมด 42.5 ล้านคน

               นายมุน วัย 64 ปี เคยพ่ายแพ้อย่างเฉียดฉิวให้แก่อดีตประธานาธิบดีปัก กึน-เฮ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2555 เสนอแนวนโยบายประนีประนอมมากขึ้นกับเกาหลีเหนือ นั่นคือเพิ่มการเจรจาและประกาศว่า หากได้เป็นผู้นำเกาหลีใต้คนต่อไป จะเดินทางไปเยือนกรุงเปียงยางด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม นายมุนยังต้องการให้คงมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือไว้ก่อน แต่ต่อต้านการที่สหรัฐฯ นำระบบป้องกันขีปนาวุธเพดานบินสูง “ทาด” มาติดตั้งในประเทศ ตามข้อตกลงกับรัฐบาลชุดที่แล้ว โดยนายมุนกล่าวว่า “เกาหลีใต้ต้องรู้จักปฏิเสธสหรัฐบ้าง”

               นอกจากนี้ อดีตผู้นำฝ่ายค้านยังเสนอสร้างความประนีประนอมเพื่อนำไปสู่การสร้างความสมานฉันท์ในประเทศ ทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งแบ่งแยกและได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากคดีคอร์รัปชั่นของ น.ส.ปัก ร่วมกับนางชอย ซุน-ซิล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และโยงใยไปแทบทั่วทุกภาคส่วนของสังคมเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่แบบ “แชโบล” ทั้งซัมซุงและลอตเต

               นายมุนจะรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 12 ของเกาหลีใต้ แทนที่ น.ส.ปัก ซึ่งพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งยืนตามมติถอดถอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว โดยกฎหมายของเกาหลีใต้ระบุให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีมีเพียงรอบเดียว ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนมากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ โดยไม่จำเป็นต้องเกินครึ่งหนึ่ง