
แม่เชื่ออารมณ์ชั่ววูบ !? สามีใหม่ทำร้ายลูกตาย
แม่ ด.ช. 2 ขวบ เหยื่อพ่อเลี้ยงโหด ติดต่อเข้าให้การกับตำรวจ ยันที่หายไปแค่ตั้งตัว หลังสามีเก่าไล่ทำร้ายที่โรงพยาบาล
9 พ.ค. 60 เมื่อเวลา 14.30 น. จนท.ตร. ร่วมกันสอบสวน นางสาวธิดารัตน์ สมบูรณ์ อายุ 23 ปี มารดาของ ด.ช.อายุ 2 ขวบเศษ ซึ่งถูกนายจิรันตน์ หรือ เหน่ง ปันสวน อายุ 24 ปี พ่อเลี้ยงทำร้ายจนตับแตก มีเลือดคั่งในสมอง ที่ห้องประชุมแผนกสืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี
นางสาวธิดารัตน์ ให้การว่าในวันเกิดเหตุนายจิรันตน์ โทรศัพท์แจ้งให้นายสุวิชาญโทรศัพท์แจ้งตนว่า บุตรชายจมน้ำในห้องน้ำอาการโคม่า ขณะนี้นำตัวส่งไปให้แพทย์โรงพยาบาลราชเวชช่วยเหลือแล้ว หลังทราบเรื่องจึงรีบไปโรงพยาบาล พบแพทย์พยาบาลกำลังพยายามช่วยเหลือบุตรชาย ซึ่งแพทย์ก็บอกอาจช่วยไม่ได้ เพราะบุตรชายอาจเสียชีวิตไปแล้ว แต่ตนก็ได้ขอร้องให้แพทย์พยาบาลช่วยกันปั๊มหัวใจบุตรชาย พร้อมทั้งได้โทรศัพท์แจ้งให้ญาติทางฝ่ายตนที่ช่วยดูแลออกมาดูหลานที่โรงพยาบาล
ต่อมานายฮัมดัน สาแล๊ะ บิดาของเด็กตามมาที่โรงพยาบาลและมีปากเสียงกัน ญาติพี่น้องจึงบอกให้ตนหลบออกไปจากโรงพยาบาลก่อน จึงโทรศัพท์เรียกให้ลูกพี่ของนายจิรันตน์ขับรถยนต์มาพร้อมกับนายสุวิชาญมารับนำไปส่งที่สถานีขนส่งรถโดยสารที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลไปประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ได้เปลี่ยนใจเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งและเข้าพักอยู่ในรีสอร์ทใกล้รอยต่ออำเภอกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เพราะยังรู้สึกสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น
นางสาวธิดารัตน์ เล่าต่อว่า ระหว่างพักอยู่กับนายจิรันตน์ก็ได้ถามว่า บุตรชายทำไมถึงจมน้ำ ซึ่งสามีบอกเพียงว่า ขณะที่นอนอยู่ในห้องตอนเช้า เผลอปล่อยให้ลูกเข้าไปในห้องน้ำคนเดียว และไปจมในถังใส่น้ำ เมื่อนายจิรันตน์ตามไปพบก็นำตัวออกมา และให้มานอนพัก เพราะคิดว่าเด็กไม่เป็นอะไร กระทั่งสายเด็กไม่หายใจ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และพูดเพียงเป็นความผิดของนายจิรันตน์เอง จนรุ่งเช้าก็พากันเดินทางต่อไปยังอำเภอคำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร
และช่วงบ่ายได้โทรศัพท์สอบถามญาติพี่น้อง ก็ทราบว่าบุตรชายเสียชีวิต เพราะถูกทำร้าย ไม่ได้จมน้ำตายเหมือนที่นายจิรันตน์บอก จึงพยายามคาดคั้นเอาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชาย แต่นายจิรันตน์ก็พูดเพียงว่า ตนเองเป็นคนผิดเอง จึงชวนให้กลับมาที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อมาพบกับตำรวจ แต่นายจิรันตน์บอกให้ตนกลับมาก่อน แล้วจะตามมาในภายหลัง
จากนั้นจึงแยกกันเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยตนนั่งรถโดยสารมาที่จังหวัดอุบลราชธานี และไปนอนอยู่บ้านเพื่อน ก่อนประสานญาติเข้าพบกับตำรวจ ส่วนนายจิรันตน์ไม่ทราบเดินทางต่อไปที่ไหน หลังให้ปากคำเบื้องต้นกับ ตร. ญาติพี่น้องของนางสาวธิดารัตน์ที่มารวมกันที่โรงพัก ได้พยายามสอบถามเรื่องราวเพิ่มเติม แต่นางสาวธิดารัตน์ก็เล่าเหมือนกับที่ให้เล่าให้ตำรวจฟัง ขณะเดียวกันนายฮัมดัน สาแล๊ะ บิดาของเด็กก็มาที่โรงพัก แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกับนางธิดารัตน์แต่อย่างใด



