ข่าว

ทุกเพศ-วัยไม่ท้อแดดร้อนตั้งใจต่อแถวรอสักการะพระบรมศพ

ทุกเพศ-วัยไม่ท้อแดดร้อนตั้งใจต่อแถวรอสักการะพระบรมศพ

09 พ.ค. 2560

ประชาชนไม่หวั่นแดด-อากาศร้อนต่อแถวรอสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 ตลอดวัน

ทุกเพศ-วัยไม่ท้อแดดร้อนตั้งใจต่อแถวรอสักการะพระบรมศพ

       สำหรับบรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 188 วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.ให้พสกนิกรทั้งจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ได้ทะยอยเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและแดดจัดตลอดทั้งวัน

ทุกเพศ-วัยไม่ท้อแดดร้อนตั้งใจต่อแถวรอสักการะพระบรมศพ

      นางช่อทิพย์ อิ่มพันธ์แดน อายุ 55 ปี ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนวัดพระธาตุ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เดินทางแต่เช้าตรู่โดยการเหมารถตู้มาพร้อมคณะครูโรงเรียนเดียวกัน จำนวน 2 คัน กล่าวภายหลังถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความตื้นตันใจว่า ช่วงนี้ปิดเทอมจึงชวนเพื่อนครูมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก เมื่อได้เข้าไปภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้กราบพระพระองค์ใกล้ๆ ยิ่งรู้สึกตื้นตันจนน้ำตาแทบไหล ตลอดเวลาที่ผ่านมาในฐานะที่เป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ได้น้อมนำสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงคิดค้นไม่ว่าจะเป็นกังหันชัยพัฒนา บำบัดน้ำเสีย, โครงการฝนหลวงแก้ภัยแล้ง และโครงการชลประทานเพื่อการเกษตร มายกตัวอย่างในการเรียนการสอนนักเรียน ซึ่งพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นล้วนเพื่อประโยชน์กับคนไทยทั้งสิ้น รวมทั้งอบรมปลูกฝังนักเรียนประพฤติตัวเป็นคนดีของสังคม 

ทุกเพศ-วัยไม่ท้อแดดร้อนตั้งใจต่อแถวรอสักการะพระบรมศพ

         นางอุษา ชุนฬหวานิช อายุ 59 ปี คุณครูโรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย จ.เพชรบุรี ได้เดินทางโดยรถส่วนตัวออกจากจังหวัดเพชรบุรี มาพร้อมลูกสาวและเพื่อนๆรวม 5 คน ตั้งแต่เช้ามืดวันนี้และได้มาถึงท้องสนามหลวงตอน 9 โมงเช้าและได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตอน 11 โมงเช้า โดยนางอุษา กล่าวว่ามากราบสักการะพระบรมศพมากกว่า 1 ครั้งแล้ว และครั้งนี้ถือว่าใช้เวลารอไม่นานเหมือนทุกครั้ง เมื่อได้ก้มกราบสักการะพระบรมศพแล้ว น้ำตาก็เออล้น เต็มไปด้วยความปลื้มปิติและความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยทรงประกอบพระราชกรณียกิจ น้อยใหญ่นานัปการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของปวงชาวไทย และในฐานะที่เป็นครู เป็นแม่พิมพ์ของชาติก็พยายามถ่ายทอดพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.9 ให้เด็กนักเรียนฟังผ่านการเรียนรู้จากโครงการพระราชดำริฯมากมาย

          "ทุกภาคการศึกษาเราจะจัดทัศนศึกษาพานักเรียนไปศึกษาและเรียนรู้โครงการพระราชดำริชั่งหัวมัน ซึ่งอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี อยู่แล้ว เด็กๆทุกคนจะได้เรียนรู้การทำเกษตร และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างครบวงจร ได้เห็นถึงพระอัจฉริยะภาพและพระปรีชาสามารถของพระองค์ได้อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกันก็ได้พยายามสอนให้เด็กๆรู้จักการออมผ่านการทำสมุดบัญชีรายรับรายจ่าย และในฐานะที่เป็นครู เป็นข้าของพระราชา ก็จะยึดหลักคำสอนเรื่องความซื่อสัตย์ และความอดทน มาปฏิบัติหน้าที่ การเป็นครูนั้นเราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตัวเอง ตั้งใจอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไม่เลือกที่รักมักที่ชัง"

          นางสาวอิสรีย์ ภัคคะกิตติ์ธเนศ อายุ 53 ปี พยาบาลใน รพ.สต.บงเหนือ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งเดินทางมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก กล่าวว่า เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์หลายวันต่อเนื่องกัน จึงลาพักร้อนมากราบพระบรมศพ โดยนั่งรถประจำทางมาเอง เมื่อได้ขึ้นไปกราบก็รู้สึกตื้นตัน ว่าจะไม่ร้องไห้ก็อดไม่ได้ ที่ผ่านมาติดตามพระราชกรณียกิจของพระองค์เสมอ เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร ได้แต่มองพระบรมฉายาลักษณ์ที่บ้านที่ได้เก็บสะสมไว้แทนหัวใจ นอกจากนั้นก็ยังมีหนังสือพระราชนิพนธ์ รวมถึงเพลงพระราชนิพนธ์ต่างๆ ที่เก็บไว้เช่นกัน

   "ในอดีต จังหวัดสกลนครมีแต่ความแห้งแล้ง แต่เมื่อได้พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่พระราชทานโครงการพระราชดำริต่างๆมาช่วยเหลือด้านการเกษตร ทั้งโครงการหลวงเต่างอย เขื่อนน้ำอูน ไปจนถึงชลประทานคลองอ่าง ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ก็ทำให้มีน้ำใช้ ทั้งอยู่กินและเพาะปลูก ไม่ต้องเดินไปหาบน้ำไกลบ้าน ภาพที่ตอนเด็กๆเราไปรับเสด็จ ในหลวงร.9 ที่เสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์ มีแต่ฝุ่นพัดมากมายวันนี้ก็ไม่ค่อยได้เห็นแล้ว ทำให้รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณมาก ซึ่งด้วยความเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาล มีเวลาที่เหลืออยู่ จึงน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพาะปลูกทำนาที่บ้านเอง ไม่ต้องซื้อข้าวกิน รวมถึงพืชผลเกษตรอื่นๆ กล้วย พริก ทำให้ชีวิตของเรามีความสุข" นางสาวอิสรีย์ เผย