ข่าว

ระทึก!!ไฟไหม้รถพ่วงบรรทุกสารเคมี

ระทึก!!ไฟไหม้รถพ่วงบรรทุกสารเคมี

09 พ.ค. 2560

ระทึก!! ไฟไหม้รถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกสารเคมี เจ้าหน้าที่ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสงบลง 

 

          วันที่ 9 พ.ค.60  พ.ต.ท.ไชยาจิตต์ จันทะแสน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศล จ.ระยอง เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 8 พ.ค. ว่า มีเหตุรถพ่วง 18 ล้อ เกิดไฟไหม้ที่ริมถนนสายบายพาส 36 กม.ที่ 56 ฝั่งขาออก ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง จึงได้เดินทางไปที่เกิดเหตุพบรถดับเพลิงเทศบาลนครระยอง เทศบาลตำบลเชิงเนิน และ บริษัทไออาร์พีซี จำนวน 6 คัน มีเจ้าหน้าที่ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเพลิงสงบลง 

 

ระทึก!!ไฟไหม้รถพ่วงบรรทุกสารเคมี

 

          ตรวจสอบพบว่า เป็นรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นยูดี สีเขียว หมายเลขทะเบียนช่วงหัว 70-2898 พระนครศรีอยุธยา ช่วงหางหมายเลขทะเบียน 70-4676 พระนครศรีอยุธยา เป็นรถของ บริษัทเทพมณฑล ทรานสปอร์ต อยู่ที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ติดแก๊ส เอ็นจีวี จำนวน 10 ถัง สภาพไฟไหม้ช่วงหัวรถได้รับความเสียหายทั้งหมด

 

ระทึก!!ไฟไหม้รถพ่วงบรรทุกสารเคมี

 

          จากการสอบถาม นายนิรแมน อาษาจิตร อายุ 41 ปี บ้านเลขที่76/1 ม.4 ต.สต่างโศก อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี คนขับ เล่าให้ฟังว่า เมื่อเวลา 19.00 น. ได้ไปที่ บริษัทไนเตรทไทย จำกัด อยู่ใกล้ๆ กันกับ บริษัทไออาร์พีซี จำกัด เพื่อเข้าไปบรรทุกสารแอมโมเนียมไนเตรท จำนวน 30 ตัน ไปส่งที่ จ.สระบุรี หลังจากเสร็จแล้วได้ขับออกมา พอมาถึงบริเวณหน้าศูนย์โตโยต้าวิชั่น ได้จอดกินข้าวกันบนรถ โดยมีภรรยาและบุตรชายนั่งมาด้วย พอกินข้าวเสร็จขับออกมาได้ยินเสียงดังที่ห้องเครื่องและคล้ายเครื่องยนต์ไม่มีแรงและมีประกายไฟที่ห้องเครื่อง จึงได้นำภรรยาและลูกออกมาอย่างเร็ว เนื่องจากรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ดังกล่าวเป็นระบบไฟฟ้าอาจจะทำให้ประตูล็อคเองได้

 

ระทึก!!ไฟไหม้รถพ่วงบรรทุกสารเคมี

 

          ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร ฝั่งขาออกและทำการปิดวาว์ว ที่ถังแก๊สเอ็นจีวีทุกถัง พร้อมกับใช้น้ำฉีดสเปร์ให้ความเย็น เมื่อเพลิงสงบ จึงเข้าขนย้ายสารเคมี ออกจากตัวรถ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่า น่าจะมาจากภายในห้องเครื่องไม่เกี่ยวกับแก๊สเอ็นจีวี จำนวน 10 ถังที่ติดมากับรถเพราะไม่ได้เกิดการไหม้จากถังแก๊ส ซึ่งจะต้องสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหาย ยังต้องรอสอบสวนเจ้าของบริษัทประเมินอีกที