ข่าว

ไฟไหม้รถพ่วงสารเคมี คนขับ-เมียลูกหนีรอดหวุดหวิด

ไฟไหม้รถพ่วงสารเคมี คนขับ-เมียลูกหนีรอดหวุดหวิด

09 พ.ค. 2560

รถพ่วงบรรทุกสารเคมีจากระยองไปส่งสระบุรี เกิดประกายไฟห้องเครื่องก่อนลุกไหม้ ระดมดับเพลิงเข้าสกัด ด้านคนขับพร้อมลูกเมียหนีออกมาได้หวุดหวิด

    เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (9พ.ค.) พ.ต.ท.ไชยาจิตต์ จันทะแสน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองระยองได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศล จ.ระยอง ว่ามีเหตุรถพ่วง18ล้อเกิดไฟไหม้ที่ริมถนนสายบายพาส 36 กม.ที่ 56 ฝั่งขาออก ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง จึงได้เดินทางไปที่เกิดเหตุพบรถดับเพลิงเทศบาลนครระยอง เทศบาลตำบลเชิงเนิน และ บริษัทไออาร์พีซี จำนวน 6 คัน มีเจ้าหน้าที่ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเพลิงสงบลง

    ตรวจสอบพบว่าเป็นรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นยูดีสีเขียว ทะเบียนหัวลาก 70 - 2898 พระนครศรีอยุธยา ส่วนตัวพ่วง ทะเบียน70 - 4676 พระนครศรีอยุธยา เป็นรถของ บ.เทพมณฑล ทรานสปอร์ต อยู่ที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ติดแก๊ส เอ็นจีวี จำนวน10ถัง สภาพไฟไหม้ช่วงหัวรถได้รับความเสียหายทั้งหมด

    จากการสอบถาม นายนิรแมน อาษาจิตร อายุ 41 ปี ชาว จ.สระบุรี คนขับ ให้การว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 พ.ค.ได้ไปที่บริษัท ไนเตรทไทย จำกัด อยู่ใกล้ๆกันกับ บ.ไออาร์พีซี จจำกัด เพื่อเข้าไปบรรทุกสารแอมโมเนียมไนเตรทจำนวน 30 ตัน เพื่อนำไปส่งที่ จ.สระบุรี หลังจากเสร็จแล้วได้ขับออกมาพอมาถึงบริเวณหน้าศูนย์โตโยต้าวิชั่น ได้จอดกินข้าวกันบนรถ โดยมีภรรยาและบุตรชายนั่งมาด้วย พอกินข้าวเสร็จขับออกมาได้ยินเสียงดังที่ห้องเครื่องและคล้ายเครื่องยนต์ไม่มีแรง และมีประกายไฟที่ห้องเครื่องจึงได้นำภรรยาและลูกออกมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ดังกล่าว เป็นระบบไฟฟ้าอาจจะทำให้ประตูล๊อคเองได้

    ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร ฝั่งขาออก และทำการปิดวาว์วที่ถังแกสเอ็นจีวีทุกถัง พร้อมกับใช้น้ำฉีดสเปร์ให้ความเย็น เมื่อเพลิงสงบ จึงเข้าขนย้ายสารเคมี ออกจากตัวรถ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากภายในห้องเครื่องไม่เกี่ยวกับแก๊สเอ็นจีวีจำนวน 10 ถังที่ติดมากับรถนั้น เพราะไม่ได้เกิดการไหม้จากถังแก๊ส ซึ่งจะต้องสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหาย ยังต้องรอสอบสวนเจ้าของบริษัทประเมินอีกที