
ธนารักษ์ส่งกฤษฎีกาตีความบ้านธนารักษ์พหลฯ 11
ธนารักษ์ส่งกฤษฎีกาตีความบ้านธนารักษ์พหลฯ 11
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวถึงกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งหนังสือขอให้ทบทวนการดำเนินการโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ พหลโยธิน ซอย 11 โดยเตรียมสร้างเป็นคอนโดมิเนียม 8 ชั้นให้ข้าราชการเช่าในราคาถูกว่า ขณะนี้ส่งให้ฝ่ายกฎหมายดูในสิ่งที่สตง.มาในหนังสือว่า เป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิดกฎหมายกรมขอย้ำอีกครั้งพร้อมจะยกเลิกโครงการ
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้เสนอ ครม.เพื่อยกเลิก ต้องให้ชัดเจนก่อนว่าโครงการนี้ผิดกฎหมาย และถ้ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไม่ผ่าน โครงการนี้ต้องยุติไปตามทีโออาร์ เพราะในทีโออาร์เขียนว่าเอกชนต้องไปจัดทำอีไอเอ ถ้าไม่ผ่านต้องยกเลิกโครงการ
“สตง.ทำหนังสือมากรมทบทวน โดยมีข้อคิดเห็นเสนอมา 4 ข้อ ดังนั้นคงต้องให้เวลาฝ่ายกฎหมายไปดูให้ละเอียด หากฝ่ายกฎหมาย ยังยืนยันว่าการดำเนินการของกรมที่ผ่านมาเป็นไปตามกฎหมาย กรมจะเสนอเรื่องไปยังหน่วยงานที่ 3 คือคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ช่วยพิจารณาด้วย โดยยืนยันว่าที่ผ่านมากรมไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย” นายจักรกฤศฎิ์ กล่าว
ก่อนหน้าที่ดำเนินโครงการได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจเบื้องต้น ทั้งในเรื่องถนน การวางผังโครงการ ความเหมาะสมในการดำเนินโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมที่เข้าทำเรื่องนี้มีการติดใบประกาศเพื่อแจ้งให้คนในพื้นที่รับทราบเบื้องต้นว่าจะนำที่ดินดังกล่าวไปประมูลเพื่อสร้างคอนโดมิเนียมธนารักษ์ประชาชน ในช่วงนั้นคนในพื้นที่ไม่ได้มีการคัดค้านอะไร แต่หลังจากนั้นเริ่มมีการคัดค้านออกมา
ล่าสุดนำเจ้าหน้าที่จาก กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปวัดถนน ขณะนี้ทางกรมยังไม่ได้รับแจ้งจากหน่วยงานใดว่าในเรื่องถนน ธนารักษ์กำลังรอดูอยู่ว่าจะมีหน่วยงานไหนสรุปหรือไม่ว่า โครงการนี้ทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย ซึ่งพร้อมยกเลิก แต่คงไม่สามารถไปยกเลิกโครงการโดยที่ไม่มีเหตุผลเพียงพอ เพราะอาจถูกฟ้องร้องจากเอกชนได้
ส่วนกรณีที่บอกว่ามีการไปรื้อถอนให้เกิดเสียงดังจากการระเบิดแทงก์น้ำ ช่วงเช้า 06.00 น. หากมีหลักฐาน ให้ประชาชนฟ้องร้องได้ทันที เพราะในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ธนารักษ์ว่าจ้างเอกชนมาดำเนินการ และย้ำกับเอกชนที่รับเหมาไปแล้วว่าให้ทำถูกกฎหมาย หากทำไม่ถูกกฎหมายสามารถฟ้องร้องได้ ที่ผ่านมารับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ระบุว่าการรื้อถอนทำให้เกิดฝุ่น กรมสั่งให้บริษัทรับเหมาไปแก้ไขแล้ว
นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐเอกชน การทำโครงการไม่ได้หวังกำไร ถ้าไม่ถูกกฎหมาย ก็พร้อมยกเลิก ซึ่งในการจัดทำทีโออาร์คงเหมือนโครงการพาณิชย์ไม่ได้ เนื่องจากต้องการความรวดเร็ว ซึ่งในการร่างทีโออาร์นั้นมีคณะกรรมการที่เป็นคนนอกมาดำเนินการ ยืนยันว่าไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์ใดๆ ให้เอกชน



