
‘สมาคมประมง’ร้องรัฐ เร่งแก้ขาดแรงงานกว่า6หมื่น
‘สมาคมประมง’ร้องรัฐ เร่งแก้ขาดแรงงานกว่า6หมื่น หวั่นอาจส่งผลกระทบราคาอาหารทะเลขึ้นราคาได้
นายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนกระทรวงแรงงาน รับมอบหนังสือชี้แจงปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงในกรณีดังกล่าว จากนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย รองประธานสมาคมฯ นายกสมาคมประมงใน 22 จังหวัดชายทะเล และผู้แทนผู้ประกอบการ
สมาคมประมงแห่งประเทศไทย เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานบนเรือประมง ซึ่งขาดแคลนแรงงานทั่วประเทศ 61,837 คน โดยยื่นแนวทางคือ 1. ขอให้จัดตั้งศูนย์ One Stop Service บริเวณชายแดน เพื่อเป็นจุดรับ-ส่งแรงงานต่างด้าว เพื่อให้มีการดำเนินการที่สะดวกรวดเร็ว ลดปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
2. ขอให้ใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 83 ให้อธิบดีกรมประมงใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกในการออกหนังสือคนประจำเรือ (Seaman book) แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้ได้ใช้แรงงานประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อให้ชาวประมงสามารถนำแรงงานต่างด้าวมาขอออกหนังสือคนประจำเรือได้ เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงในระยะสั้น ระหว่างรอแรงงาน MOU
นายวิวัฒน์ กล่าวว่าอาจมีการใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 83 จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมประมง ซึ่งเมื่อมีข้อ สรุปแล้ว กระทรวงแรงงานจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป
ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล จำนวน 49,138 คน เป็นแรงงานต่างด้าวกลุ่มบัตรชมพู 33,851 คน กลุ่มพิสูจน์สัญชาติ 13,856 คน กลุ่ม MOU 1,431 คน
ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมประมงแห่งประเทศไทยและคณะ ได้เข้าพบเพื่อหารือกรณีการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล กับม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน มาแล้วครั้งหนึ่ง
ในครั้งนั้น ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่าทางสมาคมประมงแห่งประเทศไทยได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกสมาคมประมงท้องถิ่นและผู้ประกอบการเรือประมงทั่วประเทศ เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลเป็นจำนวนมาก เนื่องจากแรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตได้หลบหนี ย้ายงาน เพื่อมาทำงานบนฝั่งบ้าง บางรายรับเงินล่วงหน้าแต่หลบหนีโดยยังไม่ทำงาน เป็นผลทำให้แรงงานในเรือประมงขาดแคลนเป็นจำนวนมากและไม่สามารถออกเรือได้
ทั้งนี้ หากปล่อยปัญหาให้นานวัน จะทำให้อาหารทะเลราคาสูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้ง มาตรการนำเข้าแรงงานระบบการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ของรัฐ ยังไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งแรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุลง ในวันที่ 30 ม.ค.2560 โดยทางภาครัฐยังไม่มีมาตรการรองรับ ทำให้เกิดข้อกังวลและจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ในการทำประมงของ พี่น้องชาวประมงเป็นอย่างมาก
ทางสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ได้มีข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา 3 ข้อ คือ 1. ให้ช่วยผลักดันการนำเข้าแรงงานประมงระบบ MOU เพื่อให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว 2. ให้มีมาตรการรองรับแรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุลง ในวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา 3. ให้จัดหาแรงงานไทยเพื่อทำงานในเรือประมง ซึ่งขณะนี้สมาชิกได้แจ้งความต้องการแรงงานไทย จำนวน 61,353 คน เพื่อทำงานในเรือประมงและพร้อมจ่ายค่าจ้างสูงกว่าแรงงานต่างด้าว เพราะการจ้างแรงงานต่างด้าว อาจจะโดนข้อหาการค้ามนุษย์หรือข้อหาแรงงานบังคับได้
โดยข้อเสนอต่างๆ ที่ทางสมาคมประมงแห่งประเทศไทยได้นำเสนอมา ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้รวบรวมปัญหา ข้อเสนอแนะต่างๆ ไว้พิจารณา และจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับทางสมาคมประมงแห่งประเทศไทยต่อไป
ทั้งนี้ หากปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขในระยะเวลา 4-5 เดือนข้างหน้านี้ เกรงว่าอาจส่งผลให้ราคาอาหารทะเลสูงขึ้นถึง 100 %



