
เชื่อประกันราคาพืชผลช่วยอุดรูรั่วนายกฯ ชี้เงินมือเกษตรกรจริง-เพิ่มขีดแข่งขัน
นายกฯ มั่นใจรับประกันราคาพืชผล ช่วยอุดรูรั่วไหล เงินถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริงราว 4.7 แสนครัวเรือน ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ และลดหนี้นอกระบบได้และพัฒนาขีดแข่งขัน ธ.ก.ส.ชี้ช่วยลดงบประมาณในจากการแทรงแซงได้มาก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในการมอบนโยบายแนวทางรับประกันราคาพืชผลทางการเกษตรแทนการรับจำนำ ในหัวข้อ "เกษตรกรไทยเข้มแข็ง รัฐประกันรายได้ กำไรแน่นอน" ว่าการปรับเปลี่ยนจากการรับจำนำมาเป็นการประกันราคาสินค้าเกษตร ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด จะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์ทั่วประเทศราว 470,00 ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเกษตรกร หลังจากนั้นจะเริ่มทำสัญญา
"การรับจำนำนอกจากเป็นภาระของรัฐบาลในท้ายที่สุดแล้ว ที่สำคัญเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศก็มีเพียงส่วนน้อย จึงทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเชื่อว่าการรับประกันจะไม่เกิดการทุจริต รั่วไหล ต้องนำเงินงบประมาณที่เป็นภาษีอากรของประชาชนมาแบกรับภาระเหมือนโครงการรับจำนำ ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์แท้จริง และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เกษตรจะได้รับเงินจากการประกันราคาถึงมือ ซึ่งเป็นการยกระดับความเป็นอยู่เกษตรกร ช่วยให้หนี้สินลดลง" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นอกจากนี้ เชื่อว่าแนวทางรับประกันราคาสินค้าเกษตร จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้น อีกทั้งทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเกษตรสามารถนำมาบริหารจัดการและสร้างเสถียรภาพของสินค้าเกษตรไทย และที่สำคัญในปี 2553 ตามกรอบความร่วมมืออาเซียนจะมีการลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรเหลือ 0% หากเป็นโครงการรับจำนำจะเกิดปัญหาการสวมสิทธิ์
ด้านนายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการรักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า จะใช้เงินชดเชยจากงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งในการรับประกันราคาพืชผลรวม 43,000 ล้านบาท ซึ่งการที่รัฐบาลหันมาใช้การประกันราคา แทนการรับจำนำ จะสามารถลดภาระงบประมาณของรัฐบาลในการพยุงราคาสินค้าทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรลงได้เป็นจำนวนมาก
สำหรับการปล่อยสินเชื่อฟาสท์แทรก ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา อนุมัติไปแล้วรวม 166 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสินเชื่อเงินด่วนส่วนบุคคล เพราะคิดดอกเบี้ยเพียง 6.75% ซึ่งลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบ รวมถึงสินเชื่อกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน เพื่อต้องการหาเงินทุนในการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร จากโครงการประกันราคาสินค้าเกษตรของรัฐบาล จึงเชื่อว่าในช่วง 4 เดือนต่อจากนี้ ธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายสำหรับสินเชื่อฟาสท์แทรก 2.2 หมื่นล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อรวมทั้งปีให้ได้ 320,000 ล้านบาท



