
มนุษย์เลือดเย็น !! ฆ่าตัวนิ่มนับพันเพราะเชื่อผิดๆ
มาเลเซียยึดเกล็ดตัวนิ่มครั้งใหญ่สุด มูลค่ากว่า 74 ล้านบาท เผยราคาในตลาดมืดกิโลกรัมละ 17,000 บาท
กรมศุลกากรมาเลเซียแถลงข่าวการยึดเกล็ดตัวนิ่ม รวมน้ำหนัก 712 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 9.2 ล้านริงกิต (ประมาณ 74 ล้านบาท) นับเป็นการยึดอวัยวะสัตว์ที่ถูกล่ามากที่สุดในโลกครั้งใหญ่สุดในมาเลเซีย
เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแจ้งเบาะแส พบเกล็ดตัวนิ่มบรรจุอยู่ใน 18 กระสอบที่สำแดงเท็จในโกดังสินค้าสนามบิน เมื่อวันที่ 2 และ 4 พฤษภาคม และเจ้าหน้าที่กองอุทยานและสัตว์ป่าระบุว่า ต้องฆ่าตัวนิ่มถึง 1,400 ตัว จึงจะได้เกล็ดจำนวนที่ยึดได้
เกล็ดตัวนิ่มถูกส่งมาจากแอฟริกาสองครั้ง ครั้งแรกต้นทางจากกรุงอักกรา เมืองหลวงกานา ผ่านมาทางดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลนส์ ครั้งที่สอง ส่งมาจากกรุงคินชาชา ประเทศคองโก โดยสายการบินเคนยาแอร์ไลนส์ มาทางกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา จากนั้นต่อเที่ยวบินของเอมิเรตส์แอร์ไลนส์ ดูไบ ก่อนมาถึงมาเลเซีย ประเทศที่กลุ่มอนุรักษ์ระบุว่า เป็นอีกทางผ่านสำคัญของขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในภูมิภาค
ภาพ : เอเอฟพี
ทางการมาเลเซียกำลังสอบสวนว่า ทั้งสองครั้งมีความเกี่ยวโยงกันหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย และยังไม่แน่ชัดว่ามาเลเซียเป็นปลายทางของเกล็ดสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ โดยมากแล้ว เกล็ดตัวนิ่มที่ส่งมาที่มาเลเซียมักจะส่งต่อไปที่เวียดนามและจีน
มูลค่าเกล็ดตัวนิ่มในภูมิภาค ประเมินกันหลายราคา แต่ในตลาดมืดมาเลเซีย อาจสูงถึงกิโลกรัมละ 17,000 บาท
ตัวนิ่มเป็นสัตว์คุ้มครองภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (ไซเตส) ที่ห้ามซื้อขาย แต่เกล็ดของมัน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้มีส่วนประกอบอะไรนอกจากเคราติน สารที่พบในเล็บของคนเรา กระนั้น กลับเป็นที่ต้องการอย่างมากในเวียดนามและจีน ด้วยเชื่ออย่างผิดๆ ว่ามีสรรพคุณทางยา และความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นมากนี้เอง ทำให้สัตว์ชนิดนี้ในป่าเอเชียและแอฟริกาถูกล่านับล้านตัวในช่วง 10 ปี ทำให้ตัวนิ่มทั้ง 8 สายพันธุ์ ขนาด 30 - 100 เซนติเมตร ถูกขึ้นบัญชีสัตว์เสี่ยงใกล้สูญพันธุ์
เมื่อเดือนที่แล้ว ทางการไทยเพิ่งยึดเกล็ดตัวนิ่ม 3 ตัน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่งมาจากแอฟริกาเช่นกัน



