
ดองใบอนุญาตสร้าง3โรงไฟฟ้า
กรมโรงงานอุตสาหกรรมเบรกใบอนุญาตสร้างโรงไฟฟ้า 3 แห่งของ กฟผ. ห่วงมีผลกระทบต่อชุมชนรุนแรง ต้องรอประกาศของกระทรวงอุตฯ ก่อน
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี อธิบดีกรมโรงานอุตสาหกรรม กล่าวในงานเสวนาวิชาการกรมโรงงานอุตสาหกรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืนว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่ผ่านการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) รอใบอนุญาตก่อสร้างและดำเนินการจากกรมโรงงาน 13 โครงการ มูลค่าลงทุน 59,501 ล้านบาท และกรมได้ออกใบอนุญาตโรงงานไปแล้ว 10 โครงการ เหลือโครงการที่ต้องรอความชัดเจนของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการพิจารณาอนุญาตโครงการ หรือกิจกรรมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ 3 โครงการ
ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้า 3 แห่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้แก่ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จ.นนทบุรี โครงการขยายโรงไฟฟ้าพระนครใต้ จ.สมุทรปราการ และโครงการขยายโรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เป็นโครงการขนาดใหญ่มีกำลังผลิตเกิน 500 เมกะวัตต์นั้น เข้าข่ายกิจการกระทบต่อชุมชนรุนแรง จึงต้องหารือหลังการออกประกาศอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร เมื่อได้ข้อสรุปจะส่งให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานออกใบอนุญาต
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมควรเร่งออกประกาศดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งเท่าที่หารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่านายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะลงนามประกาศได้ภายใน 1-2 วัน โดยภาคเอกชนคาดว่า กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข มีการรวมการทำอีไอเอ กับการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพ (เอชไอเอ) เข้าไว้ด้วยกัน ถ้ารวมกันได้จะทำให้การดำเนินการมีความสะดวก
ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนจะต้องทำให้ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมได้ โดยการจะไปตั้งโรงงานที่ใดต้องให้ชุมชนรับรู้ เพื่อให้ชุมชนได้ปรับตัว การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องไม่ทิ้งชุมชน และต้องไม่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม ที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้นำแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนมาใช้ โดยนำหลักการ 3 อาร์ คือ รียูส รีดิวส์ และรีไซเคิล มาใช้ ส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า และเห็นว่าไทยควรนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้



